Planet TLWG

Syndicate content
Planet TLWG - http://linux.thai.net/planet
Updated: 1 hour 8 min ago

Neutron: RahuNAS จัดเต็ม

18 January, 2015 - 09:00


ระบบ ติดตั้งให้ มหาวิทยาราชภัฏเทพสตรี จ.ลพบุรี
เป็นระบบที่เป็น OpenSource Software ทั้งระบบ

ตามแผนผังแล้ว เป็นระบบใหญ่ชุดแรก ที่ผมติดตั้งเองทุกส่วน เพราะตอนทำร่วมกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมทำแค่หน้าด่าน (RahuNAS) ส่วนหลังบ้าน ม.ข. จัดไว้หมดแล้ว

ณ ปัจจุบัน ม.ข. ไม่ได้ใช้ RahuNAS แล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะทาง ม.ข. มีบุคคลากรที่มีความสามารถ ทุกคนช่วยกัน และเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมกับความต้องการของทางมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี และผมยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่เคยร่วมงานกับทุกท่าน ช่วงเวลาที่แก้ปัญหาด้วยกัน ทำให้ RahuNAS ยังเดินต่อไป และยังประโยชน์สำหรับผู้ใช้งาน ณ ที่อื่น ๆ ผมขอขอบคุณทีมงานทุกท่านครับ

เข้าเรื่อง ในแผนผังนี้ มีหลายส่วนที่ผมต้องเรียนรู้ใหม่ ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ ๆ ของระบบ

* LDAP - OpenLDAP ใช้เป็น Backend ให้ FreeRADIUS ซึ่งก่อนหน้านี้ผมใช้ PostgreSQL เป็น Backend ไม่ใช่ PostgreSQL ไม่ดี แต่นี่ คือ ความต้องการของสถานศึกษา ส่วนนี้ เป็นส่วนที่ใช้เวลาพอสมควร ต้องเริ่มเรียนรู้ จนค่อย ๆ เข้าใจการทำงาน และนำไปใช้งานได้ในที่สุด

* LDAP Replica - ส่วนนี้ ติดตั้งเป็น Master - Consumer(s) ด้วยเหตุผลที่ว่า ฐานข้อมูลนี้ เขียนไม่บ่อย แต่อ่านบ่อย เพื่อลดความยุ่งยาก Master - Consumer(s) จึงเป็นทางเลือกที่ไม่เลว

* LDAP Loadbalancer - HAProxy - ไม่มีเหตุผลอะไรมากสำหรับส่วนนี้ เหตุผลเดียวนั้นคือ มีตัวอย่าง มีคนทำ และมันใช้งานได้ ^_^

* Radius Loadbalancer - ใช้ FreeRADIUS กำหนดค่าให้ทำหน้าที่เป็น Proxy ซึ่งในส่วนนี้ FreeRADIUS มีความพร้อมที่จะทำได้อยู่แล้ว แต่กว่าจะตบให้เข้าที่ก็เล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน

ส่วนพระเอกของงาน หนีไม่พ้น RahuNAS

RahuNAS ที่ติดตั้งที่นี่ เป็นรุ่นที่ปรับปรุงล่าสุด ที่เตรียมการไว้ว่า จะออกรุ่น 1.0.0 ส่วนตอนนี้ ก็อยู่ในขั้น beta แล้วหละ(มั้ง)

ปรับปรุง หลายส่วนพอสมควร (จริง ๆ ก็ทำเรื่อย ๆ มา)

* ระบบ command message ที่ Web Login คุยกับ RahuNAS Bakend ยังเป็น xmlrpc แต่ปรับใช้ JSON-Base64 encoded เป็น message ทำให้เวลาปรับเปลี่ยน ส่งข้อมูลเพิ่มเติม ทำได้สะดวกขึ้นมาก

* PHP Web Login - ปรับมาใช้ Smarty template engine ทำให้ code ในส่วน PHP ดู clean ขึ้นเยอะ และ Smarty ยังมีส่วนของ caching ทำให้แสดงผลได้เร็วขึ้นด้วย

* เพิ่มส่วนของการทำ MAC Address Authen ซึ่งไม่ใช่แค่ MAC Allow (Bypass) แต่เป็นการทำ Authentication ด้วย MAC Address มีผูก MAC Address กับผู้ใช้งาน และมีการบันทึก Account ด้วยชื่อผู้ใช้งานนั้นเข้าในระบบด้วย ส่วนนีพัฒนาโดยใช้ความสามารถของ Netfilter และแน่นอนที่สุดสำหรับ RahuNAS คือ ถึงเพิ่มส่วน MAC Authen ต้องไม่ทำให้ระบบช้าไปกว่าที่เคยเป็น ^_^

* มีส่วนของการทำ Cross Network Roaming - ในระบบที่มีหลาย VLAN ซึ่งผู้ใช้งาน ที่เกาะแต่ละ VLAN จะได้ IP คนละชุด ทำให้เมื่อผู้ใช้งานเปลี่ยน VLAN ในระบบเดิม จะต้องทำการ login ใหม่ทุกครั้ง ส่วนนี้ จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งาน ไม่ต้อง login ใหม่ แต่ทำการย้ายผู้ใช้งานข้ามเครือข่ายให้เลย โดยหลักการคือ logout จากที่เดิม และ login (automatic) เข้าเครือข่ายใหม่

ข้อจำกัด คือ
1. ยังไม่สามารถย้ายเครือข่าย ข้ามเครื่อง Authen ได้ เช่น ย้ายจาก Authen1 ไป Authen2 ไม่ได้ แต่การย้ายเครือข่ายภายในเครื่องเดียวกันทำได้
2. เครื่องผู้ใช้ และ Browser จะต้องทำการเปิดรับ Cookies เนื่องจากระบบจำเป็นต้องฝาก token ไว้กับผู้ใช้เพื่อใช้ยืนยันตัวตน

* เพิ่มส่วนของการทำ IP accounting มีการบันทึก จำนวนการรับส่งข้อมูลของผู้ใช้แต่ละราย และจัดเก็บลง Radius Accounting เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ และทำรายงานต่อไป ... ส่วนนี้ ใช้ pmacctd (ยังหวั่น ๆ ว่ามันจะไหวไหม แต่ก็ยังไม่เจอปัญหาอะไร)

* แก้ Bugs ในส่วนการบันทึก accounting ซึ่งพบว่า เกิดข้อผิดพลาดในการบันทึกซ้ำ ซึ่งจะส่งผลต่อการตรวจสอบ จำนวน session ของผู้ใช้ที่ใช้งานพร้อมกัน และส่งผลต่อ "users ค้าง"

ถัดไป คือ พระรอง DarkSolar Control Panel

ความสำคัญของ DarkSolar สำหรับผู้ดูแลระบบนั้น ไม่ยิ่งหย่อนกว่า RahuNAS

* เพิ่มการ Sync ลง LDAP Backend ซึ่งรอดตายด้วย ldapjs และด้วยความโชคดีที่วางระบบไว้ ว่าเดิม ให้เก็บ information ไว้ใน mongodb แล้วค่อย sync ลง PostgreSQL ทำให้ ตอน sync ลง LDAP ก็ทำในลักษณะเดียวกัน

* เพิ่มส่วนในการ นำเข้าข้อมูลจาก CSV ไฟล์ และมีส่วนสำหรับการ revert ในกรณีนำเข้าพลาด (ใช้เวลา 2 วันเต็ม ๆ อดหลับอดนอน) จนได้ระบบนี้ และใช้ระบบนี้ ในการนำเข้าผู้ใช้งาน กว่า 6 หมื่นรายการเข้าระบบ ^_^

* สำหรับคนที่ได้ใช้ DarkSolar มาก่อน จะพบว่าในส่วน Online Users ยังขาดส่วนของการค้นหา ซึ่งสำหรับระบบที่มีผู้ใช้เข้าใช้งานพร้อมกันระดับหลายพันราย เป็นการไม่สะดวกอย่างยิ่ง ในการค้นหาผู้ใช้เอง ทีละหน้า -_-''

* แก้ Bugs ในส่วนอื่น ๆ ทั้งที่เป็น error หรือแม้แต่ performance ซึ่งในส่วนของ performance ก็จะมาเจอก็ตอนมี 60k users อยู่ในฐานข้อมูล :)

และนั่นคืองาน สำหรับหลายเดือนที่ผ่านมา รวมอายุแล้ว RahuNAS ก็ค่อย ๆ เข้าใกล้ 1 ทศวรรษ และแน่นอน RahuNAS ก็โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ตามกำลังของ 1 สมอง และ 2 มือ

ขอขอบคุณทุกท่าน ที่ยังไว้วางใจ RahuNAS
หวังว่า เราจะคบกันไป จนกว่า "จะเลิกรักกัน"

Happy Hacking

Thep: Thanks

7 January, 2015 - 12:26

สวัสดีปีใหม่ครับ ชีวิตหลังแต่งงานของผมยังอยู่ระหว่างปรับจูนการใช้เวลาระหว่างครอบครัวกับงาน รวมถึงเคลียร์ภารกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับงานแต่งงาน ทำให้งานคืบหน้าช้ากว่าที่เคย คาดว่าไม่นานคงจะเข้าที่เข้าทางครับ

ขอขอบคุณย้อนหลัง สำหรับผู้สนับสนุนงานพัฒนาซอฟต์แวร์เสรีของผมในช่วงเดือนตุลาคม 2557 ถึงต้นมกราคม 2558 ที่ผ่านมาครับ คือ:

  • เดือนตุลาคม 2557
    • ผู้ไม่แสดงตน 2 ท่าน
    • ผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม 1 ท่าน
  • เดือนธันวาคม 2557
  • ต้นเดือนมกราคม 2558

ขอให้ทุกท่านการงานราบรื่น มีสุขภาพดีทั้งคนทั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้นะครับ

และในโอกาสขึ้นปีใหม่นี้ ก็ขออวยพรให้ผู้อ่าน blog ของผมทุกท่านมีความสุข คิดสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนาครับ

สำหรับงานในช่วงที่ผ่านมา ผมพยายามเจียดเวลาว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ มาทำงานแปล โดยได้ตรวจทานคำแปลของ GNOME และเครื่องมือพื้นฐานของ Debian และปรับคำแปลของ Xfce ตามข้อความใหม่ที่เกิดขึ้น

และระหว่างการเดินทางไปทำภารกิจต่าง ๆ ก็ได้ปรับแผนที่ OpenStreetMap ในตัวเมืองขอนแก่นไปด้วย

งานหนึ่งที่ยังไม่ลืม คือ Iceweasel Challenge (Bug #425915) ที่ได้รับคำท้าของพี่โดมไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่คอมพิวเตอร์ที่ผมใช้ทำงานเกิดมีปัญหาเปิดไม่ติด ว่าจะยกไปซ่อมก็ยังไม่มีเวลา เนื่องจากมีภารกิจทางบ้านอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าสักพักคงซาลง และสามารถกลับมาทำต่อได้ครับ

Kitt: 2015 leap second

6 January, 2015 - 12:26
อ้างอิงจาก IERS : A positive leap second will be introduced at the end of June 2015. Leap second (ภาษาไทย: อธิกวินาที) เป็นการชดเชยเวลา ระหว่างการวัด 1 วันของ เวลาตามนาฬิกาที่เราใช้ (24 * 60 * 60 = 86400 วินาที/วัน) กับ mean solar time ซึ่งวัดตามนิยามหมุนรอบตัวเองของโลกครบ 1 รอบ ทีนี้ การหมุนรอบตัวเองของโลกมันไม่ได้ลงตัวที่ 86400 วินาทีทุกวันหรอก มันเป็นการหมุนของวัตถุเหมือนๆ กับลูกข่างที่เรียนในฟิสิกส์นั่นแหละ มันเปลี่ยนแปลงได้ถ้ามีแรงมาบวกหรือลบ moment of inertia และก็พบกันว่า แรงเสียดทานจากกระแสน้ำ แผ่นดินไหว สึนามิ การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และอื่นๆ … Continue reading 2015 leap second →

Kitt: A Year of Goat

4 January, 2015 - 18:35
ได้ปฏิทินมาจากสถาบันขงจื่อ มข. อ่านออกแค่สามตัวแรก(三 สาม 羊 แพะ 开 เริ่ม/เปิด)  เลยไปค้นๆ คำนี้ดู ประโยค 三羊开泰 แปลได้ความประมาณ ‘สามแพะนำความรุ่งเรือง/ยิ่งใหญ่’ ใช้เป็นคำอวยพรและใช้รูปแพะ(สามตัว)ประกอบอย่างที่เห็น ที่มาของประโยคนี้จริงๆ มาจากประโยค 三阳开泰 หรือ 三陽开泰 ในตำราอี้จิง (易经) ทั้งนี้ อักษร 羊 และ 阳/陽 (พระอาทิตย์) อ่านออกเสียง หยาง เหมือนกัน ในปีแพะเลยใช้รูปแพะแทน ในตำราอี้จิง 三陽 หมายถึง ‘สาม(พลัง)หยาง ตรงกับสัญลักษณ์ ䷊ (☰  ฟ้า/☷  ดิน) เรียกว่า 泰 ตามตำรา หมายถึง สงบสุข ยิ่งใหญ่ คำว่า 三陽开泰 จึงแปลได้ว่า ‘สาม(พลัง)หยางนำความสงบสุข’ ตามตำรา三陽 ยังหมายถึงเดือนสาม (กุมภาพันธ์ ตามปฏิทินจีน) ซึ่งตรงกับวันตรุษของจีนด้วย จึงเป็นอีกเหตุหนึ่งที่มักใช้ 三羊开泰 / 三阳开泰 อวยพรวันปีใหม่ นัยว่า ‘ฤกษ์ดีปีใหม่’ ล่ะจ้ะ

Kitt: The Return of the Condor Heroes

31 December, 2014 - 05:21
问世间、情是何物?直教生死相许。 天南地北双飞客,老翅儿几回寒暑。 欢乐趣,离别苦,就中更有痴儿女。 君应有语,渺万里层云,千山暮雪,只影向谁去? ถามไถ่ทั่วโลกหล้า อันว่ารักเป็นฉันใด? จึงมอบให้กันและกันด้วยชีวิต วิหคคู่เคียงจากดินอุดรฟ้าทักษิณ เทียบปีกโผผินบินกี่ฤดูกาล ร่วมหรรษาเริงรื่น ขื่นขมยามพลัดพรากหาย กอปรด้วยบุตรธิดางมงาย ท่านพึงหมายจำนรรจา ชั้นเมฆสูงหมื่นลี้ ทัศนีย์ภูผาไศล เงาเดียวดายดำรงอยู่ได้อย่างไร?

LookHin: เสรีภาพของนกในกรง

25 December, 2014 - 09:26

ณ ดินแดนอันสงบสุข มีนกตัวหนึ่งถูกเลี้ยงไว้ในกรงด้วยบุรุษผู้ใจดี เขาให้อาหารเมื่อมันต้องการ ให้ความอบอุ่นเมื่อมันหนาว เจ้านกถูกเลียงดูดูแลอย่างดี ไม่เคยมีอะไรที่มันอยากได้แล้วจะไม่ได้ บุรุษผู้เลียงนกตัวนี้บอกกับมันเสมอว่ามันเป็นนกที่โชคดีที่สุด มีเสรีภาพมากที่สุด ไม่มีนกตัวไหนในโลกที่จะโชคดีได้อย่างมันแล้ว
อยู่มาวันหนึ่ง มีนกอีกตัวบินมาแต่ไกล ร่างกายซูบผอม ปีกขาดรุ่งริ่ง มันเห็นเจ้านกที่อยู่ในกรงจึงได้แวะเข้ามาคุยด้วย มันทักด้วยความสงสัยว่าเจ้านกที่อยู่ในกรงมันทนอยู่ได้อย่างไรโดยไม่มีเสรีภาพ มันพยายามเล่าให้เจ้านกในกรงฟังว่าข้างนอกนั้นมันสามารถบินไปกินเม็ดทานตะวันสดๆจากต้น ตื่นเช้ามาได้รับแสดงแดดออนๆ อันอบอุน ได้โบยบินไปไหนก็ได้ที่อยากจะไป แต่ไม่ว่าจะเล่าอย่างไรเจ้านกในกรงก็ไม่เชื่อ มันเชื่อโดยสนิทใจว่าในกรงที่่มันอยู่นี้หละดีที่สุดแล้ว เจ้านกที่มาจากข้างนอกจะชวนมันไปดูมันก็ไม่ยอมไป “มันเลือกที่จะอยู่กับเสรีภาพที่มันรู้จัก”

Kitt: slimfold soft shell wallet

20 December, 2014 - 00:48
Thin . Light . Strong

Kitt: A New Wheel Set

16 December, 2014 - 21:55
สอย Campagnolo Scirocco 35mm CX มาจนได้ ตั้งใจจะสอย Bitex แต่ของค้างที่ท่าเรืออีกนาน และ Scirocco เหลือชุดเดียวในร้าน ไม่คว้าตอนนี้ก็ไม่รู้จะมาอีกเมื่อไหร่ น้ำหนักรถลดไปเกือบครึ่งกิโล ผ่านไป 100 กม. แล้วโม่เริ่มดัง ลื่น แรง inertia เยอะขึ้น เป็นทั้งข้อเสีย คือ ออกตัวไม่พุ่ง รอบไม่ถึงก็ต้องอดทนนิด และข้อดีคือ ปั่นถึงรอบแล้ว flywheel effect ทำงาน ใช้แรงน้อย ยิงหนีง่าย เจอ head wind แล้วไม่แผ่วเร็ว โดยรวมแล้วดีมากเลย :)

LookHin: ติดตั้งและใช้งาน Tor + Vidalia บน Linux Mint

14 December, 2014 - 16:42

ผมเคยเขียนวิธีติดตั้งและใช้งาน Tor บน windows ไปแล้ว วันนี้มาดูการติดตั้งและใช้งาน Tor บน Linux กันบ้างครับ และเหมือนเดิมในตัวอย่างผมจะใช้ Linux Mint โดยเราจะติดตั้ง Vidalia ซึ่งจะทำให้เราจัดการกับ Tor ได้ง่ายขึ้น ผ่านโปรแกรมที่เป็นกราฟฟิก ไม่ต้องไปแก้ไขไฟล์คอนฟิกอะไรให้ยุ่งยาก

เนื่องจากเคยเขียนไปแล้วรอบหนึ่ง ฉะนั้นรอบนี้ก็มาเริ่มติดตั้งกันเลย ไม่ต้องพูดอะไรกันยาว ถ้าอยากอ่านยาวๆ ไปอ่านได้จากบทความเก่านะครับ http://www.unzeen.com/article/2629/

ทำการติดตั้ง Tor และ Vidalia

1 sudo apt-get install tor vidalia

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วให้ทำการเปิดโปรแกรม Vidalia ขึ้นมา แล้วคลิกเข้าไปที่ Setting

คลิกเลือกที่ Sharing และเลือก Run as a client only

จากนั้นคลิกที่ Advanced ในช่อง Tor Control ให้เลือกเป็น Use Unix domain socket (ControlSocket) คลิก OK เพื่อบันทึกข้อมูล

ถ้าหากในขั้นตอนนี้คลิก OK เพื่อบันทึกข้อมูลไม่ได้ แสดงว่า Tor Service ยังไม่ถูก start ขึ้นมา ให้เราทำการ start service ของ tor ด้วยคำสั่งต่อไปนี้ก่อนครับ

1 $ sudo service tor start

จากนั้นคลิก Start Tor

ขั้นตอนถัดไปให้ทำการคอนฟิกบราวเซอร์ให้เรียกใช้งาน Tor ในตัวอย่างผมจะใช้ Firefox นะครับ ให้เข้าไปที่ Preferences -> Advanced -> Network และทำการคลิกที่ Settings ในส่วนของ Connection

ในหน้า Connection Settings ให้เลือกมาที่ Manual proxy configuration และใส่ค่าในช่อง SOCKS Host เป็น 127.0.0.1 และ port 9050

เรียบร้อยแล้วครับ ให้ทดสอบเปิด URL https://check.torproject.org/ เพื่อทดสอบว่าเราใช้งานระบบของ Tor แล้วหรือยัง

LookHin: การติดตั้ง Burg Boot Loader บน Linux Mint

14 December, 2014 - 15:28

จากครั้งที่แล้วที่เราได้ทำการแก้ไขหน้า GRUB Boot Loader จะเห็นว่าแก้ไขอะไรได้ไม่มาก วันนี้เราจะมาลองใช้โปรแกรมอีกตัวหนึ่งคือ Burg Boot Loader ซึ่งจะช่วยให้หน้าจอ Boot Loader ที่ใช้ในการเลือกเข้า OS ต่างๆ ในเครื่องของเราดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยในตัวอย่างนี้ผมจะทำการติดตั้งบน Linux Mint 17.1 คิดว่าถ้าเป็น Debian หรือ Ubuntu ก็น่าจะติดตั้งแบบเดียวกันทั้งหมด

ขั้นตอนไม่ยุ่งยากครับ เริ่มจากการเพิ่ม repo เข้าไป จากนั้นก็ทำการติดตั้งได้เลย

1 2 3 $ sudo add-apt-repository ppa:n-muench/burg $ sudo apt-get update $ sudo apt-get install burg burg-themes

ในระหว่างติดตั้งจะมีหน้าจอขึ้นมาถามเกียวกับค่าคอนฟิกต่างๆในระบบนะครับ เราไม่ต้องแก้ไขค่าอะไรให้เรากด OK ไปให้หมดเลยครับ จนถึงหน้าจอสุดท้ายที่จะให้เราเลือก Harddisk ที่เราจะติดตั้ง MBR โดยเราสามารถเลือก Harddisk ที่ต้องการได้โดยการกด Space Bar ให้ช่องด้านหน้ากลายเป็นเครื่องหมายดอกจัน จากนั้นกด OK เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ (ปกติของคนอื่นจะติดตั้งไปที่ /dev/sda แต่ของผมติดตั้งลงใน Harddisk ตัวที่ 2 เลยได้เป็น /dev/sdb นะครับ)

ถ้าหากในขั้นตอนการติดตั้ง ระบบไม่ได้ถามให้เราเลือกติดตั้ง Burg ไปที่ MBR ของ Harddisk ตัวไหน ให้เราทำการติดตั้งเองโดยใช้คำสั่งต่อไปนี้

1 $ sudo burg-install /dev/sdb

ขั้นตอนถัดไป ต้องทำการเลือก Theme และปรับความละเอียดของหน้าจอกันอีกเล็กน้อย

1 $ sudo burg-emu

เมื่อเข้าไปแล้วจะเจอหน้าจอเหมือนในรูปนะครับ ให้ทำการกด F2 เพื่อเลือก Theme

หลังจากเลือก Theme เสร็จเรียบร้อยแล้ว เดียวเรามาปรับความละเอียดของหน้าจอกันต่อครับ โดยให้เข้าไปแก้ไขที่ไฟล์ /etc/default/burg ซึ่งเราจะแก้กัน 2 จุด คือ

1. เอา # หน้า GRUB_DISABLE_LINUX_RECOVERY=”true” เพื่อไม่ให้แสดงตัวเลือก Recovery
2. ทำการแก้ไขความละเอียดของหน้าจอ โดยแก้ GRUB_GFXMODE=saved เป็น GRUB_GFXMODE=1366×768 (ความละเอียดของจอตัวเองเท่าไรก็ใส่ตามนั้นนะครับ ตรงนี้แนะนำให้พิมพ์ลงไปเองนะครับ ถ้าก๊อปปี้ไปอาจจะติดอักขระพิเศษไปด้วย อาจจะทำให้ผิดพลาดได้)

1 $ sudo nano /etc/default/burg

ส่วนรูปโลโกของ OS ต่างๆ ถ้าเราไม่ชอบอันที่เขาให้มา เราสามารถเข้าไปเปลี่ยนได้เองที่ /boot/burg/themes/icons นะครับ

หลังจากแก้ไขไฟล์เสร็จแล้วให้สั่ง

1 $ sudo update-burg

เพียงเท่านี้เราก็จะได้หน้าจอ Boot Loader ที่ดูดีขึ้นมาทันที อย่างของผมเลือก Theme refit และเปลี่ยนโลโกจาก Linux Mint เป็นรูปเพนกวินก็จะได้หน้าจอประมาณนี้ครับ

หากต้องการกลับไปใช้ GRUB ใหม่อีกรอบ ให้ใช้คำสั่งดังนี้ครับ

1 sudo grub-install /dev/sdb

Kitt: Skillet Sausage and Potatoes

11 December, 2014 - 06:08
หั่นมันฝรั่งเป็นลูกเต๋า ขนาดสักครึ่งนิ้ว หรือเล็กกว่าถ้าขี้เกียจรอสุกนาน หั่นหอมหัวใหญ่เป็นแว่นๆ หรือไม่แว่นก็ได้ (ในภาพไม่ได้ใส่หอมหัวใหญ่) ผัดมันฝรั่ง กับ หอมหัวใหญ่ในน้ำมันพืช ไม่ก็น้ำมันมะกอก จนมันฝรั่งสุก สังเกตผิวจะใส ไส้กรอกหั่นใส่ลงไปผัด ตามด้วยพาร์สลีย์สับ ปรุงด้วยเกลือ พริกไทย จบ.

LookHin: เทคนิคการใช้งานคำสั่ง wget เพื่อดาวน์โหลดไฟล์

8 December, 2014 - 09:16

wget เป็นคำสั่งที่ใช้ในการดาวน์โหลดไฟล์ที่นิยมใช้กันบน Linux ซึ่งปกติเราก็จะใช้ในการดาวน์โหลดไฟล์ซอสโค้ดหรือไฟล์โปรแกรมต่างๆ แต่ว่า wget ไม่ได้มีความสามารถแค่นั้น เรายังสามารถสั่งให้โหลดเฉพาะไฟล์ .pdf หรือไฟล์นามสกุลอื่นๆ จากทั้งเว็บไซต์มาเก็บไว้ที่เครื่องเราได้ หรือจะทำสำเนาทั้งเว็บไซต์ลงมาเก็บไว้เลยก็ยังได้ เดียวใช้งานยังไงมาดูกัน

1. อันนี้พื้นฐาน สั่งดาวน์โหลดไฟล์แค่ไฟล์เดียว ใช้คำสั่ง wget แล้วตามด้วย URL ของไฟล์ที่ต้องการ

1 $ wget http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/english_17.0.pdf

2. หากต้องการเปลี่ยนชื่อไฟล์ด้วยหละก็ให้เพิ่มออปชั่น -O เข้าไป

1 $ wget -O Cinnamon.pdf http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/english_17.0.pdf

3. จำกัดความเร็วของการดาวน์โหลดด้วยออปชั่น –-limit-rate

1 $ wget --limit-rate=200k http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/english_17.0.pdf

4. ถ้าหากว่าโหลดไฟล์ไม่เสร็จเครื่องหยุดทำงานไปก่อน ให้เพิ่ม -c เพื่อสั่งให้โหลดต่อจากของเดิม

1 $ wget -c -O Cinnamon.pdf http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/english_17.0.pdf

5. สั่งให้โหลดเป็นแบ็คกราวโพรเซส โดยเพิ่มออปชั่น -b โดยตัว wget จะสร้างล็อกไฟล์ชื่อ wget-log ขึ้นมา เราสามารถดูว่าโหลดถึงไหนแล้วได้จากล็อกไฟล์นี้

1 $ wget -b http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/english_17.0.pdf

ดูล็อกไฟล์ว่าดาวน์โหลดถึงไหนแล้ว

1 $ tail -f wget-log

6. สำหรับบางเว็บไซต์ถูกจำกัดว่าจะต้องโหลดจากบราวเซอร์บางตัวเท่านั้น ให้เพิ่มออปชั่น –-user-agent เพื่อกำหนดให้เป็นบราวเซอร์ที่ต้องการ

1 $ wget --user-agent="Mozilla/5.0 (X11; Linux x86_64) AppleWebKit/537.36 (KHTML, like Gecko) Chrome/39.0.2171.71 Safari/537.36" http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/english_17.0.pdf

7. คราวนี้มาลองโหลดทีละหลายๆไฟล์บ้าง ให้ทำการใส่ชื่อ URL ที่ต้องการดาวน์โหลดไว้ในเท็กไฟล์ ในตัวอย่างผมตั้งชื่อว่า download-list.txt

download-list.txt

1 2 3 4 http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/english_17.0.pdf http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/chinese_16.0.pdf http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/dutch_17.0.pdf http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/Cinnamon/german_17.0.pdf

จากนั้นสั่งดาวโหลดทีละหลายๆไฟล์โดยเพิ่มออปชั่น -i แล้วตามดวยชื่อเท็กไฟล์ที่เราได้สร้างเตรียมไว้

1 $ wget -i download-list.txt

8. ต่อไปมาลองดาวน์โหลดเว็บไซต์ทั้งเว็บมาเก็บไว้ดูในเครื่องกันบ้าง โดยใช้ออปชั่น –-mirror และ ./www-local คือไดเร็กทอรี่ที่ต้องการให้เก็บข้อมูล

1 $ wget --mirror -p --convert-links -P ./www-local http://www.lookhin.com

9. คราวนี้ถ้าเราอยากได้แค่ไฟล์ที่มีนามสกุล .pdf จากเว็บไซต์ทั้งเว็บ เราก็ใช้คำสั่ง -r –-no-parent -A และตามด้วยนามสกุลของไฟล์ที่ต้องการ

1 $ wget -r --no-parent -A.pdf http://www.linuxmint.com/documentation/user-guide/

10. หากต้องการดาวน์โหลดไฟล์จาก FTP ก็สามารถทำได้เช่นกัน

1 $ wget --ftp-user=USERNAME --ftp-password=PASSWORD ftp://ftp.yourdomain.com/document/linux.pdf

LookHin: เปลี่ยนสีตัวอักษรและใส่ภาพพื้นหลังให้เมนูของ GRUB Bootloader

6 December, 2014 - 20:57

ปกติแล้วหลังจากที่เราติดตั้ง Linux เสร็จเรียบร้อย เวลาที่บูตเข้าระบบจะเจอกับหน้าจอของ GRUB Bootloader ซึ่งจะมีตัวอักษรสีขาวบนพื้นดำ หรือไม่ก็จะมี background ที่ติดมากับ Linux ที่เราติดตั้ง เราอาจจะไม่ค่อยชอบมันเท่าไรแต่ก็ต้องเจอทุกครั้งที่บูตเครื่องแน่นอน หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าเราสามารถเปลี่ยนรูป background ตรงนี้ได้ ซึ่งขั้นตอนก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เดียววันนี้เรามาลองทำการเปลี่ยนดู (ผมทดลองบน Linux Mint 17.1 นะครับ เข้าใจว่าสาย debian ก็น่าจะมีวิธีการคล้ายๆกันทั้งหมด)

เริ่มแรกหาภาพที่จะเอามาใช้เป็น background กันก่อนครับ โดยให้ใช้เป็นภาพ .PNG ขนาด 640*480 pixel และสี 8-Bit อันนี้ภาพตัวอย่างของผมนะครับ ไฟล์ภาพตัวอย่าง

เมื่อได้ภาพที่ต้องการแล้วให้ทำการแก้ไขไฟล์ /etc/default/grub.d/50_linuxmint.cfg

1 $ sudo nano /etc/default/grub.d/50_linuxmint.cfg

ให้ทำการเพิ่มคำสั่ง GRUB_BACKGROUND เข้าไป โดยในตัวอย่างผมจะเอาภาพไปไว้ที่ /usr/share/backgrounds/linuxmint-qiana/grub-boot.png นะครับ

1 GRUB_BACKGROUND="/usr/share/backgrounds/linuxmint-qiana/grub-boot.png"

เมื่อทำการใส่ภาพพื้นหลังเรียบร้อยแล้ว เรามาจะทำการแก้ไขสีของตัวอักษรและสีพื้นหลังให้มันเข้ากับภาพที่เราใส่เข้าไปเมื่อสักครู่นี้

1 $ sudo nano /etc/grub.d/06_mint_theme

เพิ่มบรรทัดต่อไปนี้ลงไปในส่วนของ set_mono_theme() โดยมี format เป็น สีตัวอักษร/สีพื้นหลัง แต่เราถ้าใส่พื้นหลังเป็น black มันจะเป็น transparent นะครับ งงกับมันเหมือนกัน – -‘

1 2 3 set menu_color_highlight=black/green set menu_color_normal=black/black set color_normal=black/black

โดยสีที่เราสามารถใส่ได้มีทั้งหมดดังนี้

1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 black blue brown cyan dark-gray green light-cyan light-blue light-green light-gray light-magenta light-red magenta red white yellow

ขั้นตอนสุดท้ายสั่ง update-grub

1 $ sudo update-grub

เรียบร้อยแล้วครับ บูตเครื่องครั้งหน้าจะเจอกับหน้าจอ GRUB Bootloader ประมาณนี้ครับ

Thep: FOSS Behind my Wedding

25 November, 2014 - 16:08

blog นี้เป็น blog แรกที่ผมเขียนภายใต้สถานภาพ สมรส หลังจากที่ได้เข้าพิธีแต่งงานไปเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา (นับถึงวันที่ 25 พ.ย. ที่เขียน blog นี้ ก็ครบ 30 วันพอดี)

ชีวิตผมซึ่งอยู่กับ ซอฟต์แวร์เสรี และ โอเพนซอร์ส อยู่แล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะมีสิ่งนี้เข้ามาพัวพันกับงานครั้งนี้

วีดิทัศน์

เริ่มจากการเตรียมวีดิทัศน์แนะนำตัวบ่าว-สาว ผมกับเจ้าสาวช่วยกันคัดรูปถ่ายของพวกเราตั้งแต่วัยเด็กจนโต แล้วนำมาสร้างเป็นวีดิทัศน์เล่นภาพสไลด์พร้อมเพลงประกอบ

เครื่องมือแรกที่ใช้คือ dvd-slideshow ซึ่งเป็นชุด command-line สำหรับสร้างวีดิทัศน์จากแฟ้ม spec ซึ่งเป็น text file แต่ติดปัญหาว่ามันมี error message และ gen video ไม่สำเร็จ จึงได้ file Debian #750626 พร้อมเสนอแพตช์แก้ ซึ่งเริ่มมีผลในรุ่น 0.8.4.2-3 ของ Debian

นั่นเป็นการทดลองเครื่องมือก่อน แต่เมื่อเริ่มได้รูปภาพจำนวนหนึ่งมา การจะนั่งจัดเรียงภาพด้วยการ edit text file พร้อมกับเจ้าสาวซึ่งไม่ใช่นักคอมพิวเตอร์ มันก็ลำบากอยู่ จึงได้ไปหาเครื่องมือตัวอื่น จนกระทั่งพบ imagination ซึ่งเป็น GUI โดยใช้ GTK+ 2.0 ซึ่งทำให้สามารถลากจัดลำดับรูปภาพได้ พร้อมกับมี transition ที่หลากหลายกว่า

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อจะ gen video กลับ gen ไม่ได้ เพราะหา FFmpeg ไม่เจอ เนื่องจาก FFmpeg ได้ถูกตัดออกจาก Debian ไปแล้ว จึงได้ไปค้นบั๊กของ Debian พบ Debian #722293 ซึ่งมีผู้รายงานไว้ และได้ forward bug ไปที่ต้นน้ำ (Imagination #78) จึงตามไปคุยและเสนอแพตช์ที่ต้นน้ำ พร้อมกลับมาแปะแพตช์ไว้ที่ Debian ด้วย

ผู้พัฒนาต้นน้ำดูจะไม่กระตือรือร้นสักเท่าไรกับแพตช์ที่เสนอ หลังจากตรวจสอบไปก็พบว่า FFmpeg ยังไม่ตาย ไม่ได้เปลี่ยนชื่อเป็น libav อย่างที่ผู้ดูแลแพกเกจใน Debian และ Ubuntu พยายามจะสื่อถึงผู้ใช้ แต่ libav เป็น fork หนึ่งของ FFmpeg ซึ่งทีม Debian เลือกมาใช้แทน แต่ในดิสโทรอื่นยังคงใช้กันอยู่ และผู้ใช้ Debian/Ubuntu บางส่วนก็ต้องการกลับไปใช้ FFmpeg เหมือนเดิม (อ่าน ตัวอย่างเรื่องเล่าสถานการณ์) และมีนักพัฒนา Debian เสนอกลับเข้ามาใหม่ จนกระทั่ง ได้เข้า experimental และ sid ในที่สุด (แต่ไม่ทัน Jessie freeze จึงไม่มีใน Jessie)

อย่างไรก็ดี ในขณะที่ผมทำวีดิทัศน์ของผมอยู่นั้น Debian ไม่มี FFmpeg ทั้งใน testing และ unstable จึงได้ผลักดันแพตช์ให้ imagination กลับมาทำงานได้ โดยเพิ่มระดับความรุนแรงของ Debian #722293 จาก important เป็น grave เพื่อให้มันกลายเป็น RC bug เพราะถึงอย่างไร FFmpeg ก็จะไม่มีใน Jessie ถ้า Debian จะออก Jessie พร้อมกับ imagination ที่ต้องการ FFmpeg มันก็จะไม่สามารถ gen video ได้เลย จนในที่สุด แพตช์ก็เริ่มมีผลในรุ่น 3.0-5 ของ Debian ส่วนที่ต้นน้ำนั้น ผมเข้าใจแล้วว่าบั๊กนี้ไม่ถือว่ารุนแรงนอก Debian/Ubuntu

เป็นอันว่า กว่าผมจะเริ่มทำวีดิทัศน์ได้ ก็ได้แก้ RC bug ใน Debian ไปแล้ว 2 bug และสามารถสร้างวีดิทัศน์ได้ตามที่ต้องการ

พิมพ์ซอง

ตัวการ์ดเชิญนั้น แน่นอนว่าผมพิมพ์เองไม่ได้ ก็สั่งร้านพิมพ์ให้ แต่การพิมพ์ชื่อแขกที่จะเชิญลงที่หน้าซองนั้น จำเป็นต้องทำระบบให้เป็นอัตโนมัติสักหน่อย

ผมเริ่มจากเขียน shell script เอง โดยอ่านรายชื่อจาก text file มาสร้างแฟ้ม LaTeX ก่อนคอมไพล์เป็น PDF ทีละราย แต่นั่นทำให้จำนวนไฟล์เยอะมาก PDF 1 แฟ้มต่อแขก 1 คน

ผมจึงมองหาวิธีทำ mail merge ใน LaTeX ดู ก็พบแพกเกจ mailmerge แต่ปรากฏว่าต้องใส่รายชื่อใน LaTeX source เลย แทนที่จะแยกออกมาข้างนอกต่างหาก กลายเป็นว่า PDF ไฟล์เดียวมีซองของแขกทุกคน ทำให้เพิ่มแขกที่จะเชิญทีละกลุ่มได้ลำบาก (คุณนึกออกไหม? เวลาที่นึกได้ว่าควรเชิญญาติคนนั้นเพิ่ม เพื่อนคนนู้นทวงการ์ดเชิญ เพื่อนที่ได้การ์ดแนะนำว่าควรเชิญคนนั้นคนนี้เพิ่มอีก ฯลฯ ผมจึงต้องเตรียมพร้อมที่จะพิมพ์ซองเพิ่มได้ตลอดเวลา)

จนกระทั่งพบแพกเกจ textmerg ที่ตอบโจทย์ของผม เพราะสามารถทำ master file ของซองเอาไว้ แล้วจัดการรายชื่อแขกในแฟ้มภายนอกต่างหาก จากนั้นสั่งคอมไพล์และจัดพิมพ์ซองทีละกลุ่ม หนึ่งกลุ่มหนึ่งไฟล์ ทำให้จำนวนไฟล์ไม่เยอะเกินไป และสามารถคัดแยกได้สะดวก ว่ากลุ่มไหนพิมพ์ซองไปบ้างแล้ว กลุ่มไหนยังไม่พิมพ์

สำหรับ LaTeX ไม่พบบั๊กอะไรครับ ใช้งานได้ราบรื่นดี รายละเอียดการใช้งานสามารถศึกษาจากเอกสารของแพกเกจได้ไม่ยาก (บน Debian ก็แค่สั่ง texdoc ชื่อแพกเกจ บนเทอร์มินัล) หรือถ้ามีเวลา ผมอาจจะเขียนวิธีการในภายหลัง

นั่นคือการใช้ FOSS ในการเตรียมงานแต่งงานของผมครับ ผ่านมาได้ด้วยดี ก็บันทึกไว้เป็นกรณีศึกษาเสียหน่อย :-)

Kitt: when it happens, it happens ..

23 November, 2014 - 23:35
เมื่อคราวปี 49 “เคย” มีเหตุมาแล้ว มันก็เลยกลายเป็นตำนานต่อๆ กันมา

Kitt: 순두부찌개

23 November, 2014 - 23:32
วันนี้ทำกับข้าวให้คุณนายชิม “순두부찌개” สตูว์เต้าหู้อ่อนรสจัดของเกาหลี ทำง่าย อร่อยง่าย 55+

Kitt: {AWE+PAO}

23 November, 2014 - 23:32
Congrats! See you both on the day.

Kitt: ซูชิ

20 November, 2014 - 20:58
เมื่อวาน โมจิไล่กัดซูชิ เป็นแผลใหญ่ ซูชินอนแน่นิ่งจมกองเลือด แต่ยังหายใจอยู่ หลังจากทำแผล ผูกผ้าห้ามเลือด ก็ปล่อยให้นอน ซูชินอนนิ่ง ขยับได้แค่กระดิกหาง เช้ามืด ซูชิไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว มันจากไปแล้วเมื่อคืน ที่พักสุดท้ายของซูชิ อยู่หลังบ้านใต้ต้นทับทิม

Kitt: Bike Wheels

18 November, 2014 - 07:36
เห็นพี่ๆ ปั่นจักรยานวินเทจใช้ Campag. Shamal สวยเข้ากับรถมาก วันนี้เลยเข้าเว็บชมชุดล้อ อ่านรีวิวไปเรื่อย เริ่มอยากได้ Campag. Scirocco แต่ว่าพอดูราคาแล้ว คงได้ Bitex ไปแทน Scirocco กับ Bitex มีจุดเด่นต่างกันนิดหน่อย (ราคาก็ต่างกัน ~2-3 กิโล) Scirocco สวย แข็ง และโมเมนตัมแถวๆ 30+ km/h ดี ในขณะที่ Bitex พุ่ง ตอบสนองดี ลื่น และถ้าเลือกรุ่นที่โม่ดีแล้ว “ลื่นมากๆๆ” มีนักปั่นโพสไว้ว่า ทดสอบ Bitex ไหลลงเขา ไม่ปั่น ได้ถึง 80 กม/ชม ทางเรียบสำหรับผม ทั้งคู่น่าจะทำให้ถึง av. 35+ ได้ไม่ยาก แรงอีกหน่อยอาจจะไป 40+ ถึงเวลานั้นค่อยไปกับทีมเคียมห้วย

Kitt: Google Slides

20 October, 2014 - 16:47
Google Slides เวลาสั่งพิมพ์ เลือกขขนาดกระดาษไม่ได้ มันออกเป็น US Letter อย่างเดียว สืบย้อนกลับไปพบว่ามันเป็นแบบนี้มา 2 ปีแล้ว ที่ต้องการเวลานี้ใน Google Slides มี สองรายการ เลือกขนาดกระดาษเวลาพิมพ์ได้ รันเลขหน้าอัตโนมัติ ได้สองรายการนี้ก็แทบจะ cover หมดแล้ว ย้าย platform ได้เลย /me .. ชอบ snap to guide เจ๋ง และ มีประโยชน์ :)