24 พฤษภาคม 2556

Sothorn

Understanding Linux CPU Load - when should you be worried?

อธิบาย Load averages ไว้ดีมากๆ

http://blog.scoutapp.com/articles/2009/07/31/understanding-load-averages

โดย sothorn ณ 24 พฤษภาคม 2556 17:00 +0700

Ott

แสนสิริ Home Care Less or More?

โครงการของแสนสิริฯ นั้นยอมรับว่ามีความโดดเด่นมาก โดนใจลูกค้าสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ สไตล์โครงการ แบบบ้าน การขาย การตลาด digital กิจกรรมต่างๆ ของลูกบ้าน ฯลฯ เอาเป็นว่าจัดอยู่ระดับหัวแถวของเมืองไทยเลยล่ะ เปิดขายแต่โครงการ หมดเอาๆ ทั้งๆ ที่ราคาก็ไม่ได้ถูก ก็ต้องยอมรับ

บ้านที่ผมอยู่ปัจจุบันนี้ สำหรับผมก็จัดเป็นโครงการหนึ่งของแสนสิริฯ ที่น่าจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากๆ ต้องขอขอบคุณทางแสนสิริฯ ซึ่งกล่าวได้ว่า ถ้ามี่ที่ดินให้ไปสร้างบ้านเอง ให้ได้บรรยากาศ สวยงามขนาดนี้ ชีวิตนี้ก็ไม่รู้จะทำได้หรือเปล่า สโมสรหมู่บ้านผมสวยมากๆ เลยนะครับ

แต่สิ่งที่แสนสิริฯ​น่าจะปรับปรุงคือบริการ Home Care

หลังจากที่เราตกลงใจซื้อบ้านแล้ว ตรวจรับ และ โอนกรรมสิทธิ์แล้ว ปัญหาต่างๆ ภายในบ้าน จะถูกดูแลโดยบริการที่เรียกว่า Home Care ซึ่งจะรับประกันภายหลังการขายเป็นเวลา 1 ปี

ทว่าคุณภาพของบริการของ Home Care นั้น ต่ำกว่าบริการอื่นๆ ของแสนสิริฯ อย่างเห็นได้ชัด
ผมเข้าอยู่บ้านนี้มาเกือบสองปีแล้ว ปัญหาต่างๆ ของ Home Care ก็ยังแก้ไม่เสร็จ จนไม่แน่ใจว่ามันเป็นที่ฝีมือ หรือ ทางเทคนิคของงานก่อสร้างจริงๆ

เจ้าหน้าที่ก็เปลี่ยนบ่อย คนแรกมาจดรายการไว้หมด แก้ไปได้อย่างสองอย่าง ย้ายที่ คนใหม่มา มีปัญหาตรงไหนบ้างนะคะ ขอจดใหม่ เอ้า จดใหม่ แก้ไปสองสามงาน ย้ายที่ คนใหม่มา มีตรงไหนบ้างนะครับ อืมม

หลังๆ โทรตามเยอะๆ ก็ไม่รับสาย ไม่โทรกลับ นานๆ ทีโทรกลับ นานมากๆ ก็บอก โอมันนานแล้ว เลยเวลารับประกันแล้วหรือเปล่าครับ

หลังๆ มีเทคนิค คือ โทรไปโวยกับ call center เลย ให้เขาช่วยตาม เหมือนจะได้ผลนะ

นัดหมายมาซ่อม คุยกันไว้สองงาน มาถึง ทำแค่งานเดียว อีกงาน งง อ้ะ เวลาเหลือ ทำก็ทำ แต่ไม่มีวัสดุ ต้องออกไปซื้อก่อน รถติด กลับมาไม่ทัน ไว้ทำอีกวัน คือกระผมต้องหยุดงานมาเฝ้าพวกคุณนะครับ เขาคงคิดว่าเราไม่มีไรทำ อยู่บ้านตลอด

หลังบ้านแตกร้าวเป็นรอยจำนวนมาก แก้เป็นรอบที่ 8 ได้แล้วมั้ง ก็ยังไม่หาย ไม่รู้เป็นที่อะไร วัสดุ หรือ ฝีมือ แต่ก็ยังดีที่ยังสัญญาว่าจะแก้ให้ต่อไป

กระเบื้องในห้องน้ำห้องนอนแตก เขาก็แก้ให้แต่ทำไงรู้ไหมครับ เลาะกระเบื้องออกไปเหลือผนังปูนโป๊ๆ แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวไปสั่งกระเบื้องก่อน  รอไปเดือนนึง ค่อยเอามาปิดให้ เฮ้ยทำไมไม่สั่งให้เรียบร้อยแล้วค่อยมาเลาะมาปิดวันเดียวกันล่ะ งง ไหม

ส้วมมีกลิ่น มีอยู่ห้องเดียวที่มีกลิ่น แก้แล้วก็ไม่หาย เนี่ยเดี๋ยวเขียนนี่เสร็จต้องโทรตามอีก แก้เป็นรอบที่สามแล้วมั้ง

หลังคารั่ว แก้แล้วยังรั่ว แต่กว่าจะทราบว่ารั่วก็เลยมาอีกหน้าฝนนึง เขาว่ามันนานไปแล้ว เลยประกัน อ่าว แต่เถียงกันยืดยาว ก็ตกลงว่าจะส่งบริษัทหลังคาฯ​มาดูให้

บางอย่างก็ไม่แก้ให้ อาจจะเป็นข้อจำกัดจริงๆ

เสาหน้าบ้านแตกร้าว Home Care บอกมันเป็นเสาหลอก แตกแน่ๆ แก้ไปก็แตก แต่ก็ยังดีอุตส่าห์แก้ให้ 1 ครั้ง แล้วไม่ถึงเดือนผ่านไปก็แตกใหม่จริงๆ ก็ปล่อยมันแตกไป อืม

พื้นโรงรถเริ่มแตก Home Care บอกไม่แก้ ไม่รวมในขอบเขต

คือ ถามว่า Home Care แย่มากมั้ย มันก็ไม่ได้เลวร้ายมากอะนะ ก็แก้ให้หลายอย่างมากแล้ว และจุดที่เป็นปัญหาก็ไม่ถึงกับทิ้งงาน อย่างน้อยก็ยังดีที่รับฟัง และแก้ไขให้ มาตลอด แต่มีความรู้สึกเหมือนมันไม่มืออาชีพยังไงชอบกล คือ เทียบกับ ส่วนอื่นๆ ของแสนสิริฯ​ ดูการตลาด การขาย การออกแบบ ฯลฯ นี่ผมว่าแผนกนี้ค่อนข้างด้อยๆ นะ

ทำไมแสนสิริไม่ใช้ผู้รับเหมาแบบมืออาชีพ (ดู http://callmeott.blogspot.com/2013/05/blog-post.html) ซึ่งผมว่าน่าจะดีกว่านี้นะ นัดหมายเป๊ะๆ มาเป็นทีม วัสดุ อุปกรณ์พร้อม แลดูมืออาชีพมากๆ

มันจะแพงขึ้นอีกสักกี่ตังค์ สำหรับบริษัท มหาชน ระดับนี้ กำไรระดับนี้ ผมว่าเจียดเงินมาทำด้านนี้ให้ดีๆ แก้งานให้มันประทับใจ รวดเร็ว มันอาจจะเป็นจุดขายที่เด่นๆ ได้เลยนะครับ

โดย noreply@blogger.com (Pattara Kiatisevi) ณ 24 พฤษภาคม 2556 13:00 +0700

ผู้รับเหมา สองแบบ

ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา มีประสบการณ์ซ่อม/ซื้อ/ตรวจรับ/เก็บงานซ่อมแซมบ้านมาพอสมควร เจอผู้รับเหมาอยู่ 2 แบบ 

คือ แบบถูกแต่ปวดหัว เป็นเจ้าของกิจการส่วนตัว คิดราคาไม่แพง ฝีมือก็มีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง มาสายบ้าง เบี้ยวบ้าง ช่างก็มาแบบบ้านๆ บางคนเก่ง บางคนมึนๆ แล้วแต่ดวงจะได้ช่างคนไหน โดยมากแต่ละคนจะเก่งเป็นบางงาน เราต้องรู้ว่า เขาถนัดงานปูน งานไม้ งานไฟ ต้องอย่าฝืนให้ทำสิ่งที่เขาไม่ถนัด แต่ปัญหาคือ นัดยาก นัดไม่ค่อยเป็นนัด ติดโน่น ติดนี่ บางทีทำแล้วก็ลืมของโน่นนี่ ต้องออกไปซื้อ กลับมาอีกทีเย็น เลิกงาน ทำได้วันละนิด ถ้าฝีมือดียิ่งนัดยาก ถ้าให้มาแค่เก็บงานเล็กๆ น้อยๆ ยิ่งนัดยากสุดๆ

กับ อีกแบบคือแบบแพงแต่กระเป๋าตังค์จะรั่ว คือ เป็นบริษัท การบริการแทบจะเป็นอุดมคติ มีหัวหน้ามาดู มาตามเวลานัดเป๊ะๆ เก็บรายละเอียดหมด ส่งใบเสนอราคา เขียนชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง ใช้วัสดุอะไร งานเล็กก็ยอมมาทำ, ก่อนงาน 1 วันโทรคอนเฟิร์ม มาถึงหน้างานตรงเวลา ข้าวของครบ ช่างทุกคนแต่งตัวยูนิฟอร์ม รู้นาทีของตน ทำเร็วโคตร ชำระเงินรูดบัตรเครดิตก็ได้ ออกบิลก็ยังได้ รับประกันผลงาน 1 ปี มีเสียในสิ่งที่ทำไป ซ่อมให้ฟรี

แต่แพงโคตรๆ เลยล่ะ น่าจะ 2-3 เท่าของแบบแรกได้ เรียกใช้เฉพาะอะไรที่มันฉุกเฉิน น้ำรั่ว อะไรพวกนี้ที่รอไม่ได้ และเรียกแบบแรกก็ไม่ยอมมา

มันจะมีแบบตรงกลางมั้ยนะ ที่เอาบริการดีๆ แต่ราคาเบาๆ หน่อย เข้าใจว่าการบริการที่ดีมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดการ แต่คุณก็ใช้ซอฟต์แวร์ใช้การบริหารจัดการอะไรทำให้มันมีประสิทธิภาพ ต้นทุนจะได้ไม่สูงมาก ได้ไหม

โดย noreply@blogger.com (Pattara Kiatisevi) ณ 24 พฤษภาคม 2556 12:28 +0700

22 พฤษภาคม 2556

Udomsak

บันทึกการเดินทาง - Note เอาไว้

ระหวางรอ download  Alfresco 4.2  มาทดสอบการใช้งานอีกคร้ง เพื่อเตรียม present  ในวันพฤหัสที่ 23 / 05 /2556 งานเข้ามา ชุกเหลือเกิน งานทีติดค้างพี่เขาเอาไว้ ก็ยังไม่ได้ส่ง ปล. เป็นงานนอกนะครับ  เพราะต้องหาเงินมา อุดไฟแนนซ์  ก็ยังไม่ไดทำ ทั้งๆ ที่เป็นงานสำคัญ


สิ่งที่นึงที่อยากจะตั้งคำถามกับตัวผมเอง ว่า  เราอยากจะทำงานที่ชอบ  หรือ เราอยากจะมีเวลาให้กับตัวเราเอง พร้อมๆ กับทำสิ่งที่เราตั้งใจอยากจะทำ  ไปแบบเรื่อยๆ ปลดหนี้ปลดสิน ใช้ชีวิต ตามที่มันสมควรจะเป็นมีครอบครัว หรือ ไม่มีครอบครัว ออกเดินทางในแบบที่เราต้องการไป

 จบ..  


แต่ต้องคิดต่อ

#me

โดย udomsakc (noreply@blogger.com) ณ 22 พฤษภาคม 2556 00:43 +0700

20 พฤษภาคม 2556

Prach

My Contribution to Debian, 2013-4


QA upload:
 - python-libpcap/0.6.4-1, sponsor by Sebastian Ramacher

Team upload:
 - haproxy, upload by Vincent Bernat

Pending uploads (New):
 * Debian Ruby Extras, sponsor by Cédric Boutillier
   - ruby-mongo -- Ruby driver for MongoDB
   - ruby-bson-ext -- C extensions to accelerate the Ruby BSON serialization
 * PKG OpenStack, sponsor by Thomas Goirand
    - python-heatclient -- client library and CLI for OpenStack Heat

Upload to unstable:
 * PKG-PHP-PEAR, sponsor by Thomas Goirand
  - php-calendar
  - php-cache-lite
  - php-html-template-it
  - php-net-dime
  - php-net-sieve
  - php-services-weather
 - enchant , sponsor by Aron Xu

Note:
 - lintian -EvIL +pedantic

โดย Prach Pongpanich (noreply@blogger.com) ณ 20 พฤษภาคม 2556 21:57 +0700

Neutron

rahunas-next - based on ipset >= 6.19

ห่างหายจากการพัฒนา โครงการ RahuNAS ไปนาน ถึงจะมี update เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่มากมายอะไร รุ่นล่าสุดที่เปิดออกไปแบบ เงียบ ๆ คือ 0.2.5 ออกไปแบบพอขัดตาทัพ

สถานะการรองรับ Debian ล่าสุดของ RahuNAS คือ Squeeze (Debian 6.0) ซึ่ง ณ ปัจจุบันเป็น old-stable เนื่องจากถูก Wheezy หรือ Debian 7.0 เข้ามาแทนที่ในตำแหน่ง stable release

ระยะเวลาระหว่าง Squeeze จนมาถึง Wheezy ช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยการที่ผม เป็นผู้ดูแล ipset package ในฐานะ Debian Maintainer อยู่สถานะนี้มาปีกว่าละ อยากขึ้นไปเป็น DD กับเขาเหมือนกัน แต่ด้วยประสบการณ์ยังอ่อนด้อย ก็ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติมต่อไป ซึ่งการเป็น package maintainer ทำให้ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของ ipset อยู่ตลอด ทั้งการลงทะเบียน mailing-list ของนักพัฒนา netfilter (netfilter-devel) ก็ยิ่งทำให้ได้รับข่าวสารเร็วตามไปด้วย

ณ ปัจจุบัน ipset ซึ่งพัฒนาโดยนักพัฒนาหลัก คือ คุณ Jozsef Kadlecsik และทีม Netfilter ได้ออกรุ่น 6.19 ที่ได้เพิ่มความสามารถเข้าไปให้กับ ipset ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการที่ RahuNAS วางแผนไว้

* เพิ่มช่องทางให้สามารถสร้าง third-party module เข้ามา โดยที่ไม่ต้องแก้ ipset code หรือ compile ipset ใหม่ ซึ่งส่วนนี้ ผมเป็นคนผลักดันเข้าไป (http://git.netfilter.org/ipset/commit/?id=2da431d3685c65d4355d387e213a3c...) ซึ่งคราวนั้นใช้เวลาร่วม 2 เดือน สำหรับการรอการ review และตอบรับ แต่ต้องถือว่าคุ้มค่า เพราะมาถึงวันนี้ ผมจะได้ใช้ช่องทางนี้ที่ผมเตรียมไว้
* เพิ่ม timeout โดยทาง upstream ได้เพิ่มความสามารถนี้เข้ามาได้สักระยะแล้ว ผมก็ได้ใช้ความสามารถนี้ ในการจัดการกับ ผู้ใช้ที่พยายามโหลด bittorrent โดยใช้งานร่วมกับ Suricata ทำให้ลดความยุ่งยากในการจัดการไปได้ดีทีเดียว
* เพิ่ม counters โดยความสามารถนี้ จะทำให้ ipset สามารถที่จะเก็บจำนวน packets/bytes ของแต่ละ element ได้ ซึ่งก็ตรงกับความต้องการของ RahuNAS ที่ต้องการทำ accounting และโยงไปถึงแนวคิด Bandwidth หนึ่งหลอด ที่ทาง ม.เกษตรฯ ทำอยู่ ณ ปัจจุบัน และทาง ม.ขอนแก่น ก็ต้องการความสามารถนี้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ความสามารถนี้ ยังไม่รวมเข้ากับ mainline kernel ต้องรอหลังจาก 3.10 ออก แต่ในระหว่างนี้ สามารถนำ patch จาก ipset upstream ไปปะกับ kernel >= 3.9.0 ได้

จาก 3 ความสามารถที่ ipset มีในขณะนี้ ก็ถึงเวลาที่รอคอย คือเวลาที่พร้อมที่จะพัฒนา rahunas-next (version 2) โดยตั้งใจจะ "ยกเครื่อง" เขียนใหม่หมดทั้งกระบิ ด้วยเหตุผลที่ว่า maintain code เก่า ดูจะลำบากกว่าเริ่มเขียนใหม่ -_-'' และ Architecture ต่าง ๆ ก็ได้เปลี่ยนไปพอสมควร จากจุดเริ่มต้นของ RahuNAS (จริง ๆ ก็ตัดสินใจจะเขียนใหม่ตั้งนานแล้วหละ แต่ก็ติดตรงว่าจะ ๆ นี่หละครับ)

หลังจากจัดแจง เตรียมที่เตรียมทาง เพื่อพัฒนา ก็เริ่มที่จุดเดียวกันกับเมื่อหลายปีก่อน คือ พัฒนาในส่วนของ rahunas kernel/userspace module โดยส่วนที่เหมือนกันกับคราวก่อนคือ ดึง module เข้ามาปรับแก้ในส่วนที่เราต้องการสำหรับ RahuNAS แต่สิ่งที่ต่างไปจากเดิม คือ ผมไม่ต้อง compile ipset ใหม่ทั้งหมดเหมือนแต่ก่อนโน้นแล้ว :P

ผลที่ได้คือ ผมได้ ip_set_rahunas.ko (kernel module) และ ipset_rahunas.so (userspace module) ไปวางให้ถูกที่ถูกทาง ก็ใช้งานได้ละ

# ipset create rh_test rahunas range 192.168.12.0/24 timeout 3600 counters
# ipset add rh_test 192.168.12.1,00:17:42:62:xx:xx
# iptables -A INPUT -m set --match-set rh_test src,src
# ipset list rh_test

Name: rh_test
Type: rahunas
Revision: 0
Header: range 192.168.12.0-192.168.12.255 timeout 3600 counters
Size in memory: 12464
References: 1
Members:
192.168.12.1,00:17:42:62:xx:xx timeout 3599 packets 1773 bytes 114658
# iptables -nvL INPUT
Chain INPUT (policy ACCEPT 2973 packets, 192K bytes)
 pkts bytes target     prot opt in     out     source               destination         
 2973  192K            all  --  *      *       0.0.0.0/0            0.0.0.0/0            match-set rh_test src,src

หลังจากทดสอบเบื้องต้น โดยผมปรับแก้จาก bitmap:ip,mac module ซึ่งสิ่งที่เพิ่มเข้าไปคือ ให้ timeout ถูก reset ถ้า set นี้ ถูก match ซึ่งก็คือ idle-timeout นั่นเอง :)

สิ่งที่จะทำเพิ่ม โดยได้อ่านเนื้อหา เรื่อง Generic Netlink มาพอสมควรแล้ว และก่อนหน้านี้ คุณ Jean-Philippe Menil ซึ่งพัฒนาระบบสำหรับสถานศึกษาเขาที่ฝรั่งเศส ได้คุยกับผม และบอกแนวทางที่เขาได้คุยกับนักพัฒนา netfilter ว่า สามารถใช้ netlink ในการส่ง message เพื่อ notify daemon ให้รู้ว่า element ไหน timeout ไปแล้วได้ โดยเขาได้ส่งตัวอย่าง patch และตัวอย่าง daemon ให้ผมดู (นานมากแล้วเหมือนกัน) แต่ code ของเขา define netlink group ขึ้นมาใหม่ ซึ่งท่าจะลำบากในการที่ต้องไป patch kernel ผมเลยลองหาข้อมูล และพบว่า Generic Netlink หรือที่ทาง นักพัฒนาบอกมาว่ามันคือ Netlink Multiplexer น่าจะเหมาะกับสิ่งที่ผมต้องการ เพราะเป้าหมายที่ผมวางไว้ในปลายทางคือ ผมจะพยายามผลักดัน RahuNAS เข้า Debian ให้ได้ การมีโครงสร้างที่ไม่ต้องไป patch โน่นนี่นั่น จะทำให้งานผมง่ายขึ้น

โดย neutron ณ 20 พฤษภาคม 2556 17:30 +0700

19 พฤษภาคม 2556

bact

ททบ.5 นี่มันททบ.5 จริงๆ ครับ

วันนี้ดูทีวี ก็ไม่ได้เลือกช่องอะไร ที่บ้านเปิดไรไว้ก็ดู ระหว่างกินข้าว
ก่อนเที่ยงนิดนึง ช่อง 5 มีรายการ Z-TV
โผล่มาจอแบ่งเป็นสองส่วนครับ ครึ่งซ้ายไว้ให้พิธีกรยืน ครึ่งขวาเป็นโลโก้ผู้สนับสนุน 9 อัน เรียงในตาราง 3×3

เนื้อหารายการก็เทพมาก มีสองช่วงใหญ่ ZStreet ดูแลรักษารถ กะ Z(something) ดูแลความงาม

ช่วงดูแลรักษารถ พิธีกรก็พาไปคุยกับช่างที่ศูนย์อีซูซุ พูดถึงวิธีการเลือกซื้อรถ ตบว่าซื้อรถต้องดูว่าตอนขายขายได้ราคาไหมด้วย แล้วก็จบช่วง ตัดเข้าโฆษณา .. แหงฮะ เป็นโฆษณาอีซูซุ

เข้าช่วงสอง พิธีกรอีกชุด พาไปคุยกับหมอของนิติพลคลีนิก พูดถึงเทคนิคการลดเซลลูไลต์ด้วยแก๊สอะไรสักอย่าง แล้วก็จบช่วง ตัดเข้าโฆษณา .. ฮะ โฆษณานิติพลคลีนิก ตามด้วยโฆษณา CSR โครงการน้ำสะอาดของอีซูซุ

จากนั้นก็เป็นช่วงข่าวอัปเดต เป็นข่าวเจนี่ร้องเพลงให้กับเครื่องสำอางค์ยี่ห้อจำไม่ได้ และข่าวกิจกรรมของเชฟโรเลต

จบแล้ว หมดแค่นี้ ขึ้นเครดิตตอนท้าย ที่ปรึกษารายการเป็นพลโทนายแพทย์มงคล ดูนามสกุลไม่ทัน

สาระประโยชน์เพียบครับ “ทีวีบริการสาธารณะ” ของไทย เราจะได้ดูแบบนี้นี่แหละในทีวีดิจิทัล ดูกันไปอีก 15 ปีครับ แหม่ กว่าเขาจะจัดสรรใบอนุญาตกันใหม่

ททบ.5 นี่มันททบ.5 จริงๆ ครับ

โดย bact ณ 19 พฤษภาคม 2556 14:11 +0700

17 พฤษภาคม 2556

Sothorn

แก้ปัญหา MySQL Replication Slave ไม่ทำงาน

โดย sothorn ณ 17 พฤษภาคม 2556 10:40 +0700

15 พฤษภาคม 2556

Thep

Future of ThaiLaTeX

ช่วงที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นอย่างมากกับโครงการ ThaiLaTeX ว่ากันตามลำดับดังนี้:

feature ต่าง ๆ

แต่ปรากฏว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่านั้นเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของโครงการ ThaiLaTeX กล่าวคือ:

นับตั้งแต่เริ่มโครงการมา ThaiLaTeX ได้ผ่านการเปลี่ยนโครงสร้างครั้งสำคัญมาครั้งหนึ่งในรุ่น 0.4.6 โดยได้ แยกฟอนต์ออกจาก ThaiLaTeX (ตาม แผนงาน) ทำให้ ThaiLaTeX เหลือเพียงข้อกำหนด babel และการรองรับ emacs เท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อมา ก็คือรุ่น 0.5.0 โดยมีการเพิ่ม hyphenation patterns (แนวคิด, การดำเนินการ, การเก็บรายละเอียด) เพื่อช่วยลดปัญหาขอบขวาคอลัมน์หยัก อันเนื่องมาจากการขาดแคลนจุดตัดบรรทัดในภาษาไทย

ต่อมา ปรากฏว่า hyphenation ที่เพิ่มเข้ามาหลังสุด ก็ได้เข้ารวมที่ต้นน้ำอย่างรวดเร็ว การรองรับ emacs ก็ถูกตัดออกแล้ว ทำให้ ThaiLaTeX เหลือเพียง babel definition เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ในเมื่อประตูเปิดแล้วสำหรับการส่ง babel definition เข้าต้นน้ำ ก็เท่ากับว่า ThaiLaTeX ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกแล้ว! ThaiLaTeX must die! และเมื่อตายเรียบร้อย ผู้ใช้ LaTeX ก็ไม่จำเป็นต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเพื่อจะใช้ภาษาไทยอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะใช้ OS ไหน!

แต่ช้าก่อน ไม่ใช่ว่า ThaiLaTeX จะตายอย่างสมบูรณ์ เรื่องของเรื่องก็คือ babel definition ของภาษาไทยนั้น เราจะเป็นผู้ดูแลโดยอิสระ ซึ่งก็หมายความว่า เรายังต้องแก้ไข ออกรุ่น อัปโหลดเข้าที่ต้นน้ำเองอยู่ การสลายร่างของ ThaiLaTeX จึงเป็นเพียงการเกิดใหม่ในชื่อ babel-thai เท่านั้น แม้ในแง่ของผู้ใช้จะไม่จำเป็นต้องรู้จัก ThaiLaTeX อีกต่อไป แต่สำหรับผู้พัฒนา ก็ยังคงพัฒนาต่อไป ซึ่งรวมถึงการดูแล hyphenation patterns ที่ hyph-utf8 ด้วย

งานของผมที่จะหายไป ก็คือการดูแล debian package ของ ThaiLaTeX (เหลือแต่งานที่ต้นน้ำแทน) งานของผู้ใช้ที่จะหายไป ก็คือการพยายามติดตั้ง ThaiLaTeX เพื่อใช้ภาษาไทยครับ

ทั้งหมดนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินงาน ถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานอีกทีครับ

อ้อ.. แต่ยังเหลืออีกชิ้นหนึ่งที่ยังหาที่ลงที่ต้นน้ำไม่ได้ คือ swath ครับผม อันนี้ไว้ต้องหารือกับเขาต่อไป

โดย noreply@blogger.com (Thep) ณ 15 พฤษภาคม 2556 18:27 +0700

13 พฤษภาคม 2556

Udomsak

บันทึกการเดินทาง ทดสอบรถ เพื่อเข้าเป็นนักแข่ง พลาด!

วันนี้ได้ไปสนามไทยแลนด์เซอร์กิตอีกครั้ง  หลังจากที่คราวก่อน ดีใจอยู่เหมือนกัน ที่พี่เขาเห็นเราขี่ที่สนามพีระฯ  ก็เลยถามๆ เราว่าสนใจลงหรือเปล่า กอปร กับ เพื่อนคงช่วยพูดเชียร์ด้วยแหละ  พี่เขาก็เลยถามเราว่า สนใจ เป็นนักแข่งหรือเปล่า มีรถว่างอยู่ 1 คัน  Suzuki Inazuma 400cc.  ด้วยความดีใจ ก็เลยตอบตกลง ว้าวเราจะได้เข้าทีม PK Superbike  

เช้าเดินทางไปถึง 9.30 โดยออกจากลาดกระบังประมาณ 07.00น.  โดยประมาณ ไปถึงที่สนามก็ เก้าโมงนิดๆ  วิ่งเส้น  ลาดกระบัง - ประเวศ - พระขโนง - พระราม 3 - ราชพฤกษ์ - บรมราชชนนี - นครปฐม  รถไม่ติดดี พอไหล ไปเรื่อย ความเร็วที่ใช้ก็ไม่เร็วมากเนื่องจากยางไม่ดี

พี่เจ้าของทีมมาถึงก่อน โดยนั่งสอน คนอื่นๆ ที่มักจะมา เรียนกับพี่เขา โดยพี่เขาเป็น อจ.สอนการขับรถ สไตล์ Racing  อยู่ที่สนามอย่แล้ว  ดีกรีแกเอง ก็ แชมป์ ประเทศไทย 3 สมัย

ไปถึง คุยกันสักพัก พี่เขา ก็ให้ เรา ฟื้นเบสิคใหม่ แบบหลักสูตรเร่งรัด

เราเองถือเขาเป็นครู อ่ะ พี่ว่ายังไงว่าตามกัน พี่สอนอะไรมาผมทำตาม  วิธีนี้เราได้รับผลดี มาแล้วเพราะฟังครุ ฟังคนประสบการณ์มากกว่า











หลังพี่เขาสอนให้ขับรถ , ท่าในการนั่ง , การบังคับ และ พาขี่ซ้อนลงสนามไปด้วยกัน  เอาล่ะ โอกาสมาถึงล่ะ ( ผมคิดในใจ  " ผมจะทำให้พี่ดู " )  เป้าหมายคือ เวลาต้องประมาณ 1.40 โดยประมาณ เพราะแชมป์เอง จบที่ 1.38นาที / ต่อรอบ  ถ้าอยากวิน อยากอยู่บน Podium คงต้องตามนั้น

ตอนแรกที่เห็นรถ และ ลองคร่อมรถดู จะวิ่งได้ดีหรือเปล่าหว่า  เหมือนกับเศษเหล็ก แต่ก็ยังคิดว่า เออ มันรถแชมป์นะ เราเองก็จะขี่มัน คงต้องให้เกียรติมันหน่อยล่ะ ก็ขับวนอยู่ สองสามรอบ พี่เขาขี่นำ  เราตาม ได้รอบนึง พี่เขาบอกให้เราออกวิ่งได้

สิ่งแรกที่ต้องทำ ก่อนที่จะจับเวลาคือ  ต้องรู้กำลังเครื่อง สำหรับผมเองทดสอบโดยลอง Engine เบรคแบบหนักๆ  หลังจากขับได้สองรอบ เห็นได้ชัดว่า การใช้ Engine  เบรคคนละแบบกับ Monster 795 รถที่ผมขบอยู่ เรียกว่าถ้าลงหนักจริงๆ ล้อสับ กันเลยทีเดียว  ก็หลุดโค้งไปสองครั้ง แต่ไม่เป็นไร  ลองดูกำลัง Engine เบรคของรถ  กำลังรถตีนต้น จัดจริงๆ เปิดคันแร่งออกมานี่ เรียกว่า หน้าสะบัดกันเลยทีเดียว ถ้าเปิดเร็ว

ทีนี้พอเข้าโค้งได้ก็เริ่มแบนล่ะครับ  นิ่งมาก ยิ่งวิ่งยิ่งนิ่ง เร็วขึ้นเรื่่อยๆ  เกาะถนนแบบหนึบ และ นิ่งๆ อาการโยบยาบของ choke แบบที่เจอใน Monster ไม่มีเลย  เฮ้ย เจ๋งว่ะ เร่งเวลาได้อีกแน่  รอบสองหลังจากนำรถเข้ามา พร้อมเล่าความทึ่งในตัวรถ ให้พี่เจ้าของฟัง  เอาล่ะพี ทีนี ผมจัดล่ะนะ  โอ นี่หรือ เศษหล็ก performance ดีกว่ารถตูอีก  ^_^)

ความผิดพลาดเกิดขึ้นตรงนี้ล่ะครับ ยิ่งขับรถยิ่งแน่น ยิง่นิ่ง จนลืมไปเลยที่พี่เขาบอกว่า ยางมันไม่เกาะแล้วนะ  เพราะที่เราพามันโค้ง นี่ก็ไม่แสดงให้เห็นว่าไม่เกาะแล้วนะ ถ้าเทียบกับรถเรา เอาเป็นว่า คนละเรื่องเลย  รอบแรกผ่านไป เออ มันไปได้อีก วนกลับมารอบสอง ผ่านโค้ง U แรก ( T1 )  กุจะเปิดล่ะนะ จะทำเวลาแล้วนะ  พอผ่านมาสามโค้ง  โค้ง T5 ก่อนจะเข้าทางตรงชุดสอง เขา กัำลังลากพื้นอยู่ คิดว่าว่า ยางเอาอย่ เพราะ รอบก่อนหน้า มันยังรับได้สบายเลย เลยเปิดคันเร่ง เพื่อเติม ผลก็คือ รถเลยพับไปเลย ขณะกำลังจะออกทางตรง ไม่เป็นอะไรมาก แต่.. รถพังครับ  เพราะ ไถลไป ขอบแทรค หญ้า ดินทรายเข้า เครื่องหมด เครื่องพัง จบ.... ...  ..

..จบกัน.. รถพัง ต้องเอากลับไปซ่อม..  ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่กันเลยทีเดียว  เราเองล่ะจะลุยต่อดีไหม.. ? พี่เขาค่อนข้างจะหัวเสียพอควร แน่ล่ะของใครใครก็รักล่ะนะ  ไอ่เราก็ประมาทไปหน่อย คิดว่ามันจะไหว แต่ ยางมันเอาไม่อยู่ล่ะ  พลาด!!








โปรดติดตามตอนต่อไป..

โดย udomsakc (noreply@blogger.com) ณ 13 พฤษภาคม 2556 21:36 +0700

11 พฤษภาคม 2556

Udomsak

บันทึกการเดินทาง มาลงสนามกันเถอะ

หลังจากขับ Monster Bigbike คันแรก ที่หามาไว้ในครอบครองได้ สิ่งทีนึงที่ทำ คือ พามันลงไปในสนาม :)  เหตุที่เลือกการขับในสนาม คือ ได้ฝึกทักษะการขับขี่เรา โดยที่ไม่ต้องไปฝึกหัดบนท้องถนน และ ถ้าอยากจะขับเร็วๆ  ในสนามเป็นที่ที่เหมาะสมที่สุด  เพราะบนท้องถนน แม้พลาดเพียงนิดเดียว โอกาสแก้ตัว อาจจะไม่มีอีกเป็นได้

รถ BigBike เป็นรถท่มีขนาดใหญ่  แรงรถและโมเมนตัมมันเวลาขับเคลื่อน ทำให้การควบคุมต่างจากรถเล็ก บ่อยคร้งท่ถูก fino แซง ในโค้งบนถนน เราได้แต่มองปริบๆ เพราะการพลิกรถ หรือ เบรค สุมสี่สุ่มห้า ถือว่าอันตรายครับ ทั้งจากน้ำหนักรถ กำลังรถ บางทีไม่ได้ทำง่ายๆ เหมือนกันกับรถเล็ก ที่บอกว่าบางที คงขึ้นอยู่กบประสบการณ์ของคนขับเอง

ยางหน้าและหลังของ Monster 795 คือ 120/160  ความเร็วสูงสุดสำหรับทางตรงที่ทำได้  ตามสเปครถเดิม ๆ กับ อุปกรณ์ที่ติดตัวเดิมๆ ไม่มีชุดแข่ง คือ 170Km/h. สำหรับ สนาม Bonanza





สนามแข่งบ้านเรา มีที่ไหนบ้าง


 จริงๆมีมากกว่านี้ครับ แต่ที่ผมไปมามี 3 ที่ ที่บอก



ที่นี้หลังจากลงขับแล้ว คงต้องมีการวัดผล การขับ และบ่อยครั้งเรามักจะถาม คนอื่น หรือ คนอื่นถามเราว่า เรานั้นใชความเร็วเท่าไหร่ หรือ ต้องรบกวนคนอื่นมานั่ง จับเวลาให้  ตอนแรกผมใช้  Opensource GPS tracker ( GPS logger )  ก็ได้ผลแบบหยาบๆ ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากความเร็วสูงสุด 

แต่สิ่งที่เราต้องการ คือ เวลาที่ทำได้ต่อรอบต่ำสุดเท่าไหร , เฉลีี่ยเท่าไหร่ , ความเร็วสูงสุดเท่าไห่ร่ ,โค้งนี้ วิ่งได้เท่าไหร่. รอบเครืองที่ใช้ . อื่นๆ อีก  แต่ เท่าที่จะหาได้ตอนนี้คงเป็น เวลาต่อรอบพอจะดีหน่อยเอามานั่งดู หลังจากพัก หรือ ลงสนามเสร็จก็ดี ส่วนเรื่อง รอบเครื่อง,ความเร็ว ค่อยทำระบบ Data acquisition ขึ้นมาใช้เองดีกว่า ไม่มีเวลา  เพราะต้องต่อเข้ากับ รอบเครื่องของรถ ออกมา

plan ที่ว่าจะทำคือ เป็น Data acquisition แบบ Real-time ส่งผ่านข้อมูลผ่าน Xbee ถ้ายังไม่สามารถทำได้  ทำเป็น Data logger ไปก่อน

เอาล่ะ สำหรับซอฟต์แวร์ที่ผมไปหามา แน่นอนครับ งบต่ำเอาแบบที่ไม่เสียเงินเลย คงเหมาะ ไปเจอซอฟต์แวร์ตวนี้ครับ

   "RaceChrono"  รันบน Android ได้เอาใส่ไว้ในมือถือ คงดี  อาทิตย์หน้านี้จะไป นัดจับเวลา ดูว่าจะลงแข่งได้หรือเปล่า






รายการแข่ง SuperBike  R2M



ชุดหนังสำหรับใส่แข่ง  จำเป็นครับ ปกติถ้าไม่ใช้ชด ท่เขาเอาเข่าลงกันไม่ใช่ำทำ เพื่อเท่ห์นะครับ แต่ ใช้ เขา เป็นตัวตรวจสอบการเข้าโค้งเรา  เรียกง่ายๆ ว่า กันมันหมดหน้ายาง แทนการเอนรถ




  ชุดหนังราคามีตั้งแต่ 30,000 - 60,000 บาท ยี่ห้อ Dainese  , Revit .



โดย udomsakc (noreply@blogger.com) ณ 11 พฤษภาคม 2556 22:48 +0700

8 พฤษภาคม 2556

bact

ชวนไปส่งเสียง เรื่องกฎหมายคอมพิวเตอร์ บ่าย 11 พ.ค. นี้ @ โรงแรม S31 สุขุมวิท 31

สัมมนาระดมความเห็น ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับสพธอ. 2556

กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มีหลายเรื่องที่แก้แล้วน่าจะดีขึ้น หลายเรื่องที่น่าห่วงว่าจะแย่ลง และมีบางเรื่องเพิ่มเติมขึ้นมาเดิม ฉบับปัจจุบันยังไม่มี

เรื่องที่ดีคือ มีการตัดมาตรา/ปรับภาษาให้สการนำพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไปฟ้องหมิ่นประมาทออนไลน์มีโอกาสน้อยลง (คือให้ไปใช้กฎหมายอาญาที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีความรัดกุมมากกว่า)

เรื่องที่น่าห่วงคือ ขยายเวลาการเก็บ log file และอนุญาตให้เก็บแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาได้ ซึ่งตรงนี้ในฝั่งผู้ให้บริการก็น่าจะมีภาระมากขึ้น สำหรับผู้ใช้ก็น่าเป็นห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเอาไปใช้ยังไงบ้าง ใครจะเข้าถึงได้มั่ง

เรื่องที่เพิ่มเข้ามาคือการกำหนดให้การทำสำเนาข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิด ซึ่งความตั้งใจน่าจะเป็นเรื่อง การจารกรรมข้อมูล ซึ่งก็ต้องมีมาตรการลงโทษ แต่ภาษาที่ใช้ในร่างปัจจุบันอาจจะยังไม่ชัดเจนพอ อาจจะถูกเอาไปใช้ฟ้องในเรื่องอื่นได้ เช่นการไม่ทำตามสัญญาการใช้บริการออนไลน์ ไปทำสำเนาข้อมูลบางอย่างมา อาจจะถูกถือว่าเป็นการจารกรรมข้อมูลได้ ซึ่งตรงนี้น่าจะมีปัญหา เพราะกำลังจะทำให้ความผิดทางสัญญา (ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างบุคคลกับบุคคล) กลายเป็นความผิดทางอาญา (ความผิดต่อสาธารณะ) ตรงนี้ไม่ได้จะบอกว่าการผิดสัญญาไม่ควรเป็นความผิด แต่จะบอกว่าถ้ามันผิดสัญญา ก็ไปฟ้องกันเอง ไม่ควรต้องเป็นภาระของรัฐที่จะเอาทรัพยากรสาธารณะ (งบประมาณ/ภาษี/คน) มาจัดการ

นอกจากนี้ยังมีเรื่องรูปโป๊ ซึ่งก็ไม่ชัดเจนว่าทำไมต้องใส่มาในพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ใช้กฎหมายอาญาที่มีอยู่แล้วไม่ได้หรือยังไง คือถ้าบอกว่ารูปโป๊มีออนไลน์ด้วย ต้องใส่มาในกฎหมายคอมพิวเตอร์ หลอกเงินมีออนไลน์ด้วย ต้องใส่อีก การพนันออนไลน์ก็มี หมิ่นประมาทออนไลน์ก็มี ทุกสิ่งอย่างที่ทำออนไลน์ได้ (ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน) ต้องเอามาใส่ในกฎหมายคอมพิวเตอร์ ก็น่ากลัวว่าพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ของเราจะยาวเหยียด เพราะแทบจะต้องเอากฎหมายทุกฉบับมายัดลงไปในนี้

ในส่วนภาระและความผิดของผู้ให้บริการ มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ “ดีขึ้น” แต่ก็ยังไม่ดีเสียทีเดียว คือแม้จะมีการพูดถึงมาตรการ “notice and take down” (ถ้ามีการแจ้งมา ผู้ให้บริการก็จะพิจารณาลบออก) แต่ในตัวร่างพ.ร.บ.ฯ ก็ยังมีคำว่า “ควรจะรู้” ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ชัดเจนว่า อะไรคือควรจะรู้ หรือเอาจริงๆ คือ ผู้ให้บริการจะรู้ได้ยังไง พอเป็นแบบนี้ เรื่องกระบวนการ notice and take down ที่เพิ่มเข้ามาก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะมันจะถูกใช้หรือไม่ใช้ก็ได้

และก็ต้องโน๊ตไว้ด้วยว่ากลไก notice and take down นั้น ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเนื้อหา “เทาๆ” หรือเรื่องที่ต้องใช้ดุลยพินิจ อย่าง “ความมั่นคง” “ศีลธรรม” หรือ “ความสงบเรียบร้อยของประชาชน”

notice and take down ถูกออกแบบมาสำหรับเนื้อหาที่เห็นได้ชัดเจนและทันทีว่า น่าจะผิดกฎหมาย เช่น ละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ขายยาโดยไม่มีใบอนุญาต ขายของต้องห้ามที่มีการประกาศแล้ว หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่โดยปกติไม่น่าจะเปิดเผย — ส่วนเรื่องการเผยแพร่โทรจัน มัลแวร์ ไวรัส อันนี้เป็นเรื่อง computer emergency/incident response ใช้อีกกลไกนึงต่างหาก

แต่ในการพูดคุยเรื่องร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ช่วงที่ผ่านมา ดูเหมือนจะใช้คำว่า notice and takedown สำหรับเนื้อหาทุกประเภท แถมยังเอาไปปนกับ emergency response อีก เลยไม่แน่ใจว่าสุดท้ายจะออกมาเป็นยังไง จะใช้ได้อย่างที่หวังไหม

โน๊ตเพิ่มคือ notice and take down ควรจะถูกนับเป็นมาตรการขั้นสูงสุดที่ยอมให้มีได้ ก่อนจะไปถึงการใช้กลไกศาล สำหรับการกำกับดูแลเนื้อหา คือมาตรการนี้ในตัวมันเอง คือการยอมให้เอกชนมีอำนาจคล้ายๆ ศาลในการตัดสินถูกผิด-และการตัดสินใจนั้นจะริดรอนสิทธิพลเมืองบางอย่าง ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่ประเทศอย่างแคนาดายังไม่ยอมรับให้มีด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นการใช้อำนาจที่ตรวจสอบได้ยาก (กฎหมายลิขสิทธิ์ของแคนาดาใช้ระบบ “notice and notice”)

แต่ดูเหมือนว่าที่เราคุยๆ กันที่ผ่านมา เหมือนจะยก notice and take down เอาไว้เป็นมาตรการขั้นต่ำสุดที่ผู้ให้บริการต้องทำ ไม่ทำแล้วจะมีความผิด (จริงๆ แล้วผู้ให้บริการควรจะมีสิทธิในการปฏิเสธในการทำตามคำขอด้วย เพราะ notice ในตัวมันเองยังไม่ได้เป็นการตัดสินชี้ถูกผิด ยังไม่ใช่คำสั่งศาลที่ผ่านกระบวนการพิจารณาตรวจสอบแล้ว)

มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ ก็ชวนกันไปคุยครับ เสาร์ 11 พ.ค. นี้ ชวนๆ เพื่อนที่สนใจไปแชร์กันครับ จะมีคนมาคอมเมนต์ในสี่ประเด็น (ความผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์, ความผิดเกี่ยวกับเนื้อหาออนไลน์, ภาระความรับผิดของผู้ให้บริการ, และอำนาจเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีอาญา — ดูรายละเอียดที่นี่) แน่นอนว่าคนเหล่านี้พูดไม่ได้ครอบคุลมทุกเรื่องในร่างพ.ร.บ. งั้นก็เลยชวนครับ ว่าอาจจะมีใครถนัดเรื่องอื่นๆ ด้วย หรือเสริมประเด็นพวกนั้นจากมุมอื่น ช่วยๆ กัน

ลงทะเบียนที่ http://bit.ly/cca2013hearing

—-

สัมมนาระดมความเห็นต่อ “ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2556″

วันเวลา: เสาร์ 11 พฤษภาคม 2556 12:30-17:00
สถานที่: โรงแรม S31 ซอยสุขุมวิท 31 [แผนที่]

[ลงทะเบียนเข้าร่วม] [Facebook event]

โดย bact ณ 8 พฤษภาคม 2556 12:47 +0700

2 พฤษภาคม 2556

Thep

Thanks

เดือนมีนาคม-เมษายนที่ผ่านมา มีผู้สนับสนุนงานพัฒนาของผมสองท่าน คือคุณวีร์ และ คุณวิทยา ขอขอบคุณย้อนหลังครับ May the Source be with you!

สองเดือนที่ผ่านมา การณ์ไม่เป็นไปตามคาดครับ ถึงแม้หลานชายจะปิดเทอม แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีเวลาว่างมากขึ้น เนื่องจากต้องพาคุณพ่อไปกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลแบบวันเว้นวัน จนแท็กซี่จำหน้าพวกเราได้เลยทีเดียว ความคืบหน้าส่วนใหญ่อยู่ที่ โครงการอักษรอีสาน ครับ โดยได้หารือกับโครงการ Harfbuzz ถึงประเด็นต่าง ๆ จนขณะนี้การรองรับอักษรธรรมเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นบ้างแล้ว ซึ่งการรองรับที่ว่านี้ จะครอบคลุมไปถึงอักษรธรรมล้านนาและไทขึนด้วย ซึ่งก็เริ่มมีผลแล้วใน Firefox 21 ที่กำลังจะออก ยังเหลือประเด็นตกค้างบางเรื่องที่ยังต้องหารือกันต่อไป

และอีกเรื่องสำหรับเดือนนี้ หลังจากที่ Debian Wheezy ออก ก็คงเริ่มทยอยย้ายแพกเกจภาษาไทยจาก Debian experimental เข้า Sid/Jessie ต่อไป แล้วก็จะได้เริ่มงานพัฒนารอบใหม่ของระบบภาษาไทยด้วย โดยมี TODO list รออยู่แล้วเป็นหางว่าว..

โดย noreply@blogger.com (Thep) ณ 2 พฤษภาคม 2556 13:33 +0700