Back to top

Planet TLWG

Error message

Deprecated function: The each() function is deprecated. This message will be suppressed on further calls in menu_set_active_trail() (line 2404 of /usr/share/drupal7/includes/menu.inc).
Subscribe to Planet TLWG feed
Planet TLWG - http://linux.thai.net/planet
Updated: 50 min 45 sec ago

bact: กีดกันคนแก่?

24 September, 2020 - 21:41

จริงๆ การเลือกปฏิบัติด้วยอายุ ไม่ได้มีเฉพาะการกีดกันเพียงเพราะอายุเยอะ ยังมีเรื่องกีดกันเพียงเพราะอายุน้อยด้วย

เช่น การระบุในกฎหมาย ว่ากรรมการนั่นนี่ ตำแหน่งต่างๆ จะต้องมีอายุขั้นต่ำ ขั้นสูง เท่าใด ซึ่งขั้นต่ำของไทยนี่สูงมาก ตัวอย่างเช่น กรรมการกสทช. ต้องอายุ 40 ขึ้นไป เท่ากับว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีฟินแลนด์ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และรัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวัน ในวันที่พวกเธอเข้ารับตำแหน่ง (34, 37, และ 35 ปี) คุณสมบัติไม่พอจะเป็นกสทช.บ้านเรานะ

(พ.ร.บ.กสทช.ปี 2553 กำหนดไว้ที่ 35 ปี ต่อมาเมื่อปี 2560 สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการรัฐประหาร ได้แก้ไขกฎหมายในสาระสำคัญหลายส่วน รวมถึงวิธีการสรรหาและคุณสมบัติกรรมการ และขยับอายุขั้นต่ำจาก 35 ไปเป็น 40 ปี — เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ เทียบกรรมการหลายชุด)

จะบอกว่าคนหนุ่มสาวสมัยนี้ ไม่ชอบคนแก่ กีดกันคนสูงอายุ ไม่นิยมคนอายุมาก แต่ถ้าไปดูทางความคิด ผมเห็นคนอายุน้อย เขาก็ชื่นชมคนอย่าง Bernie Sanders (79 ปี), RBG (เพิ่งตายไปตอน 87 ปี), สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (62 ปี) อะไรแบบนี้นะ หรือคนกลุ่มอย่าง ชัชชาติ ธราธร พวกนี้ก็ 50++ 40++ (อายุในกลุ่มที่มีคนโอดครวญว่า แค่ใกล้ๆ จะ 40 ก็ถูกเรียกว่าลุงกันแล้ว)

ก็เลยคิดว่า เรื่องที่เราตีโพยตีพายกัน ติดป้ายกันว่านี่เป็นแบ่งแยกช่วงอายุ จริงๆ มันไม่น่าจะเป็นเรื่องการเลือกปฏิบัติเพียงเพราะอายุ

ถามว่าการเลือกปฏิบัติกับคนอายุเยอะมีไหม จริงๆ มันมีกรณีที่ “เกิดขึ้น” โดยไม่ตั้งใจและจริงๆ ไม่ได้เจาะจงกับคนอายุเยอะ เพียงแต่ว่าคนอายุเยอะนั้นอาจมีแนวโน้มที่จะมีคุณสมบัติที่ไปตรงกับเรื่องที่ทำให้ถูกกันออกไป

เช่น วัฒนธรรมปาร์ตี้ดึกหรือการไปเที่ยวค้างคืนของที่ทำงาน ซึ่งอาจจะกันคนจำนวนหนึ่งออกไปโดยไม่รู้ตัว-โดยไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่อาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในที่ทำงานและความก้าวหน้าในองค์กร (ซึ่งก็คือการเลือกปฏิบัติ)

แก่แล้วก็นอนดึกไม่ไหว มีครอบครัวแล้วก็ต้องแบ่งเวลา มีภาระทางการเงินมากขึ้นก็ต้องจัดสรรให้ได้ส่วน สิ่งเหล่านี้ทำให้คนจำนวนหนึ่งไม่สามารถร่วมกิจกรรมหลายอย่างได้ในองค์กรที่อายุเฉลี่ยของพนักงานค่อนข้างน้อย และถ้าไม่จัดการให้ดี ก็จะเป็นความกดดันต่อพนักงานในกลุ่มที่รู้สึกว่าถูกกันออกไป

คนจำนวนนั้นมีแนวโน้มจะเป็นคนที่มีอายุมาก มากกว่าคนอายุน้อย โดยเปรียบเทียบ แต่คนอายุน้อยที่มีภาระครอบครัว มีข้อจำกัดทางกายภาพ หรือกระทั่งก็แค่ไม่ชอบปาร์ตี้ ชอบอยู่บ้าน ไม่อยากเจอคนที่ทำงานนอกเวลางาน ก็มีอยู่ ดังนั้นกรณีลักษณะข้างต้น มันจึงไม่ใช่การเลือกปฏิบัติกับคนอายุมาก แต่มันเลือกปฏิบัติกับคนที่นอนดึกไม่ได้ เลือกปฏิบัติกับ introvert เลือกปฏิบัติกับคนไม่กินเหล้า เลือกปฏิบัติกับคนไม่สามารถกันเงินไปสังสรรค์ .. ซึ่งเป็นปัญหา และเป็นปัญหาที่มีแนวโน้มว่าถ้านับจำนวนหัว คนแก่จะได้รับผลกระทบมากกว่า แต่คนหนุ่มสาวก็โดนได้ไม่ต่างกัน — ดังนั้นอย่าเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าการเลือกปฏิบัติกับคนแก่

(อย่างผมนี่ ก่อนหน้านี้ทำอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง ออกแนวเทคโนโลยี+การตลาด ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่คนหนุ่มสาวมากมาย และผมก็อายุเยอะกว่าคนในทีมทั้งหมด คือตอนผมเข้ามหาลัยคนในทีมบางคนอาจจะยังไม่เกิดด้วยซ้ำ 5555 แต่ผมไม่มีภาระ ไม่มีครอบครัวต้องดูแล ชอบปาร์ตี้ นอนดึกยังพอได้ ผมเลยพอไปกันได้กับเพื่อนร่วมงานจำนวนหนึ่ง แต่ก็จะมีเพื่อนร่วมงานอีกจำนวนหนึ่งเลย ที่อายุอาจจะน้อยกว่า แต่มีภาระทางบ้าน มีภาระการเงิน มีครอบครัว บ้านอยู่ไกล ไม่ชอบไปกินร้านที่มีบุหรี่ ฯลฯ ก็ต้องพยายามหาพื้นที่ให้กับคนเหล่านี้ด้วย ไม่อย่างนั้นผมก็จะคุยแต่กับพวกสายปาร์ตี้ บางทีกินข้าวแล้วแหละ แต่เพื่อนชวนกินข้าวแถวออฟฟิศ ก็ไปกินอีกรอบ เพราะรู้ว่าคนนี้เราไม่มีโอกาสคุยมาก ไม่ใช่สายกลับดึกๆ)

ประเด็นพวกนี้ ในคนที่อยู่ในฐานะผู้ดูแลชุมชนหรือความเป็นอยู่ของคนในองค์กร ควรจะระมัดระวัง สังเกต ทบทวน และพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่จะรวมคนเข้ามาให้ได้มากที่สุด (ซึ่งจะเป็นหน้าที่มอบหมายเฉพาะเป็นเรื่องเป็นราวก็ได้ เช่น ฝ่ายบุคคล แต่จริงๆ ก็อยากให้มองเป็นเรื่องที่ทุกคนในชุมชนเดียวกันต้องช่วยกัน)

แต่ผมคิดว่าป้าย “กีดกันคนแก่” “เลือกปฏิบัติเพียงเพราะเขาอายุมาก” สำหรับเมืองไทยตอนนี้ น่าจะเป็นข้ออ้างในลักษณะ แบบ คนสูงอายุจำนวนหนึ่งอาจจะรู้สึกว่า แทบจะไม่เหลือที่ให้ฉันยืนแล้ว ไม่เหลืออะไรให้ฉันป้องกันตัวเองอีกต่อไปแล้ว เลยหยิบเอาลักษณะติดตัว (อายุ) อันนี้ขึ้นมาพูด ทำเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อ โดยอาจจะไม่ได้พิจารณาว่า เอ๊ะ ที่เขาไม่เอาเรา เป็นเพราะเราแก่ หรือเป็นเพราะเราทำตัวไม่น่าคบ

การเลือกปฏิบัติในทางลบ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมี ต้องป้องกันไม่ให้เกิด ถ้ารู้ว่าเกิดต้องแก้ไข เยียวยา ลดโอกาสเกิดซ้ำ แต่ตั้งต้นนี่มันต้องเอาให้แน่ใจก่อน ว่าต้นเหตุมันมาจากเรื่องอะไร

(เขียนในฐานะคนอายุ 41 ขวบครึ่ง)

The post กีดกันคนแก่? first appeared on bact' is a name.

bact: The Crown – กษัตริย์ในฐานะบุคลาธิษฐาน

9 August, 2020 - 06:47

ประเด็นเรื่อง “The Crown” (“มงกุฎ”) ซึ่งเป็นบุคลาธิษฐาน*ของอำนาจอธิปไตยของปวงชนนั้นสำคัญมาก เพราะถ้าไม่ชัดเจน พร่าเลือน ก็จะทำให้เข้าใจผิดไปหมดว่าอำนาจต่างๆ นั้นเป็นของกษัตริย์ที่เป็นบุคคลคนหนึ่ง ทั้งที่จริงนั้นกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยเป็นเพียงสัญลักษณ์หรือ “ร่างทรง” หรือ “ทางผ่าน” ของอำนาจอธิปไตยเท่านั้น

กล่าวคืออำนาจที่แท้จริงนั้นมาจากประชาชน เพียงแต่ในทางสัญลักษณ์ เพื่อให้ทำงานบางอย่างง่าย ก็เอามนุษย์สักคนหนึ่งอุปโลกน์ขึ้นมาทำหน้าที่แทนปวงชน

เช่นที่เรียกกันว่าพิธี “ถวายสัตย์” นั้นไม่ใช่การสาบานกับบุคคลคนหนึ่ง แต่เป็นการกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประชาชน – เนื่องจากจะเอาปวงชนทุกคนในประเทศมาอยู่ในที่พิธีเดียวกัน ให้รัฐมนตรีและข้ารัฐการทั้งหลายสาบาน ในทางปฏิบัติมันทำไม่ได้

หรือ Crown Property นั้นก็หมายถึงทรัพย์สินของสาธารณะ ไม่ใช่ทรัพย์สินของบุคคลหนึ่งคน จะปล่อยให้กษัตริย์ที่เป็นบุคคลบริหารจัดการ “ตามพระราชอัธยาศัย” ไม่ได้ ต้องให้รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกของประชาชนเป็นคนจัดการ

สถาบันกษัตริย์กับระบอบที่อำนาจเป็นของประชาชน ที่เรียกว่า “ประชาธิปไตย” นั้นไปด้วยกันได้ ตราบใดที่กษัตริย์ยังเป็นบุคลาธิษฐานของอำนาจอธิปไตยของปวงชน และไม่ถือว่าอำนาจอธิปไตยนั้นเป็นของกษัตริย์ซึ่งเป็นมนุษย์คนหนึ่งเสียเอง

นายทหารคนไหนที่เพ้อเจ้อหลงลืม พูดทำนองว่าเป็นทหารของพระราชา (ซึ่งเป็นคำที่เจาะจงกับมนุษย์หนึ่งคนหรือหนึ่งหน่วยครอบครัว) คนเหล่านี้ถือว่าทำผิดสัตย์ปฏิญาณ เพราะไม่ได้จงรักภักดีเฉพาะกับปวงชน แต่เอาใจออกห่างไปจงรักภักดีกับบุคคลคนหนึ่งคน ก็ถือว่าเป็นกบฏ

(*บุคลาธิษฐาน/personification – การทำให้สิ่งไม่มีชีวิต พืช สัตว์ หรือสิ่งนามธรรม มีลักษณะของบุคคลขึ้นมา)

เผยแพร่ครั้งแรกบนเฟซบุ๊ก 9 ส.ค. 2563

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง – “The Crown” (28 พ.ย. 2559)